Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


วิสัยทัศน์ราชภัฏปี2555ผลิตคนคุณภาพ-มุ่งสู่อาเซียน




      

วิสัยทัศน์ราชภัฏปี2555ผลิตคนคุณภาพ-มุ่งสู่อาเซียน

 

          และแล้วก็มาถึงวันส่งท้ายปีกระต่าย ที่ใครหลายคนอาจกำลังโบกมือลา พร้อมตระเตรียมกายใจให้เข้มแข็ง รอต้อนรับ'ปีงูใหญ่' ด้วยใจระทึก ว่าจะมาดีหรือมาพร้อมน้ำก้อนใหญ่เหมือนปีนี้อีก วกกลับเข้าเรื่องการศึกษา รากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ส่วนบ้านเรามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเกินกว่ากระดาษหน้าเดียวจะบรรยายหมด
          จึงขอยกเฉพาะความเคลื่อนไหวในแวดวงราชภัฏ มาให้คอการศึกษา 'ข่าวสด' ย้อนเหตุการณ์ในรอบปี และผู้ที่จะฉายภาพเรื่องนี้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พระนคร ผู้สวมหมวกประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กุมบังเหียน มรภ. 40 แห่งทั่วประเทศ
          ความสูญเสียจากมหาอุทกภัย
          รศ.ดร.เปรื่องแจกแจงให้ฟังว่า ไฮไลต์ของ มรภ.ในรอบปีมีอยู่ด้วยกันหลายเรื่อง แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือผลกระทบที่ มรภ.ได้รับจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา เช่น มรภ.ราชนครินทร์ เสียหายไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท มรภ.เพชรบูรณ์ ไม่ต่ำกว่า400 ล้านบาท มรภ.อยุธยาและมรภ.วไลยอลงกรณ์ ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท มรภ.ศรีสะเกษไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท และ มรภ.พระนครไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
          นอกจากนี้ยังมี มรภ.พิษณุโลก และ มรภ.นครสวรรค์ ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขความเสียหาย โดย มรภ.ทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบเปิดการเรียนการสอนเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา
          ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
          เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทปอ.มรภ.จึงตั้งศูนย์บริการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศขึ้น โดยใช้เงินรายได้ของตนเอง สบทบกับเงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากประชาชน และภาคเอกชน และให้ มรภ.พระนครเป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์กลาง
          พร้อมกันนี้ยังปรับเปลี่ยน มรภ.พระนคร มรภ.สวนสุนันทามรภ.นครปฐม มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี มรภ.ราชนครินทร์จ.ฉะเชิงเทรา มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา มรภ.กาญจนบุรีมรภ.เพชรบุรี มรภ.จันทรเกษม เป็นศูนย์พักพิง มรภ.สวนดุสิต รับหน้าที่ผลิตอาหาร น้ำดื่ม ส่งไปยังศูนย์ต่างๆ และ มรภ.สุราษฎร์ธานีนำนักศึกษาวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติมาให้บริการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งบางศูนย์ก็ต้องปิดตัวไปเพราะถูกน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งการเตรียมตัวรับมืออุทกภัยในปีหน้าจะสรุปบทเรียนในปีนี้เพื่อวางแผนป้องกัน
          ร่วมแก้วิกฤต-ผลิตครูคุณภาพ
          ส่วนเรื่องการปฏิรูปการศึกษารอบ 1 และรอบ 2 ไม่ได้พัฒนาคุณภาพตลอดจนการผลิตครูเท่าที่ควร โรงเรียนต่างๆ ยังขาดแคลนครูกระทบต่อครูในระบบที่มีอยู่ประมาณ 5 แสนคน ต้องสอนในรายวิชาที่ไม่ถนัด ส่งผลเสียต่อคุณภาพการศึกษาและการเรียนการสอน
          ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีกลไกพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาเหล่านี้โดยอาจจะร่วมกับมหาวิทยาลัยท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณส่งอาจารย์ลงพื้นที่ไปร่วมพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ กับครูท้องถิ่น เมื่อครูเกิดการเรียนรู้ก็สามารถต่อยอดความร่วมมือเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆหรือผลงานการวิจัยได้ ในส่วนของราชภัฏซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นอยู่แล้วก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลัง
          อ.เปรื่องวิเคราะห์ว่า การผลิตครูมาทดแทนครูที่เกษียณอายุราชการไปถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะการผลิตครูใหม่นักศึกษาว่าที่ครูจำเป็นต้องเรียนรู้ระบบ สัมผัสกับการทำงาน หรือสอนจริงในโรงเรียนจริงๆ ไม่ใช่เรียนจบก็เดินเข้าไปสอนได้เลย ดังนั้น สถานศึกษาที่บรรจุครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ต้องออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกัน โดยมีคุรุสภาเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน
          ส่วน มรภ.หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ มีหน้าที่ผลิตครูให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด คงไม่ใช่ให้หน่วยงานอื่นมากำหนดมาตรฐานโดยที่ 3 หน่วยงานไม่เคยประสานร่วมมือกันเลย ถ้าทำได้จะเกิดการพัฒนาครูรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาทดแทนครูที่เกษียณอายุราชการ
          ปัญหาครูที่อยู่ในระบบเดิม หรือครูใหม่ที่เตรียมเข้าไปทดแทนยังมีอยู่ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะผลิตครูจำนวนมากๆ เข้าไว้ ผมว่าเราควรผลิตครูให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละระดับ เจาะจงไปเลยว่าอนุบาลก็ผลิตครูสอนเด็กอนุบาลให้ได้ตามจำนวน ระดับประถมศึกษาก็ผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยมุ่งเน้นเคี่ยวกรำครูให้เข้าใจในหลักสูตรที่สอนเด็ก และตื่นตัวพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
          ทิศทางมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่
          ประธาน ทปอ.มรภ.ระบุว่า มรภ. 40 แห่ง ตลอดจนมหาวิทยาลัยอีก 12 แห่ง อาทิ ม.เทคโนโลยีราชมงคล ม.ปทุมวัน ม.นราธิวาสและ ม.นครพนม กังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในสถานภาพ และทิศทางที่ต้องเดินไป เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในระบบราชการ มีพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ที่ผ่านมา 15-16 ปีนโยบายของรัฐบาลไม่ให้อัตราบรรจุข้าราชการครูใหม่เพื่อทดแทนอาจารย์ที่เกษียณ โดยปรับให้เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแทน ฉะนั้นภาพรวมของมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ 52 แห่งจึงมีข้าราชการไม่ถึงร้อยละ 30 นอกจากนั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหมด
          มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ส่วนใหญ่จึงต้องใช้เงินรายได้จ้างอาจารย์มาสอน เพราะงบประมาณที่รัฐบาลแต่ละชุดจะให้ก็มีแต่จำนวน
          ตัวเลข ไม่มีเงินอัตรา ฉะนั้นพนักงานมหาวิทยาลัยจึงไม่มีความมั่นคง ไม่มีสวัสดิการ หรืออนาคตที่ชัดเจน เป็นความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและประโยชน์ ดังนั้น เมื่อมีทางที่ดีกว่าคนกลุ่มนี้ก็ต้องไปเพื่อความมั่นคง
          เบื้องต้นจึงมีข้อเสนอว่า มหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่คงจะต้องรวมพลังเพื่อให้มาตรฐานการศึกษาเกิดขึ้น โดยในฐานะเป็นผู้อาสา จะต้องดูแลความสะดวกด้วยเหตุผลอันสมควร ไม่ใช่ระดมแต่การเมืองดูแลผลประโยชน์ของมวลชน โดยละเลยคุณภาพของคนซึ่งก็คือการศึกษา เชื่อว่าถ้ารัฐทุ่มเทกับการศึกษามากในระดับ 2 แสนล้านบาทคุณภาพของคนจะไม่เป็นเหมือนปัจจุบันเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
          จากการสำรวจพบว่าไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ ที่เตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อธิการบดี มรภ.พระนครกล่าวว่า ทปอ.มรภ.จึงสำรวจความพร้อมของกลุ่ม มรภ.และมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า เราจำเป็นต้องรู้เขาจึงลงขันเดินทางไปเยือนกลุ่มประเทศสมาชิกเพื่อแนะนำตัวและเจรจาหารือถึงความร่วมมือต่างๆ กับรัฐมนตรี ตัวแทนรัฐมนตรีและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนั้นๆ โดยการเดินทางแบ่งออกเป็น 4 สาย 1.ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย 2.พม่า 3.ลาว เวียดนาม กัมพูชาและ 4.บรูไน สิงคโปร์
          ประธาน ทปอ.มรภ.อธิบายว่า นอกจากพม่าซึ่งเป็นประเทศปิดแล้ว ที่เหลือถือว่า มรภ.ได้รับความร่วมมือที่ดีมากๆ เพราะได้ทำความร่วมมือกับรัฐบาล องค์กร ในการร่วมกันวิจัยงานวิชาการหรือแลกเปลี่ยนงานวิจัย อาจารย์ นักศึกษา และหลักสูตรเพื่อรองรับกับเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างประเทศ
          หลังจากนี้คงมีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศสมาชิกกับมรภ. 40 แห่งต่อไป โดยจะเป็น มรภ.ใดก็ได้ เพราะทุกแห่งจะร่วมมือในนาม มรภ.ทั้ง 40 แห่ง
          จากผลสรุปการศึกษาดูงาน ทปอ.มรภ.เล็งเห็นว่าเราจะต้องร่วมมือทำหลักสูตรท่องเที่ยวและการโรงแรม เพราะถือเป็นวัฒนธรรมฐานรากที่สำคัญ นอกจากนี้คือเรื่องการผลิตครู เพราะครูจะต้องสอนในห้องเรียนที่หลากหลายไปด้วยวัฒนธรรมและภาษา ครูไทยจะต้องเรียนรู้วัฒนธรรม และต้องรู้ไม่น้อยกว่า 2 ภาษา ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงปี'58 จะมีแต่ครูฟิลิปปินส์เต็มไปหมด
          วิสัยทัศน์ทปอ.มรภ. ปี'55
          อ.เปรื่องสรุปว่า ทิศทาง บทบาท ภารกิจของ มรภ.ยังเหมือนเดิมแต่รัฐบาลจะต้องให้ความชัดเจนกับ มรภ.ว่าจะให้ มรภ.เป็นราชการต่อไป หรือออกนอกระบบ หรือเป็นหนทางอื่นที่ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง
          รัฐบาลและ มรภ.จะต้องคุยกันให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาการผลิตบัณฑิต รัฐบาลต้องเข้าใจว่าตัวผู้บริหารอยู่ในวาระเดี๋ยวเดียวก็ไป แต่สถาบันเป็นทรัพย์สินของชาติ ดังนั้น ปี 2555 นี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้หรือชุดไหนต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้
          การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจากที่มีประชากรประมาณ 66 ล้านคน ต่อไปจะมีเพิ่มเป็น 500 ล้านคน มรภ.จะขับเคลื่อนบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยบัณฑิตต้องมีความรู้ด้านวัฒนธรรมและภาษาสากล ฉะนั้นภายในปี '55 มรภ.จะต้องมีหลักสูตรที่ชัดเจนแน่นอน

 

          --ข่าวสด ฉบับวันที่ 31 ธ.ค. 2554 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 30 ธ.ค. 54   อ่าน 68271 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชงชะลอ’ป.โท’2.7พันคนจบ’ม.อีสาน’ไร้มาตรฐาน
01 ก.ค. 54 | อ่าน 56046 ครั้ง
เฟ้นเด็กเก่งคณิตแข่งจีเอสพี
03 ก.ค. 56 | อ่าน 675 ครั้ง
ศธ.ประเมินภาษาอังกฤษแบบออนไลน์
13 ก.พ. 61 | อ่าน 1130 ครั้ง
มรภ.สข.ติวครูสอนภาษาอังกฤษ
11 พ.ค. 54 | อ่าน 124197 ครั้ง
สกอ.แจงไม่เคาะเปลี่ยนป.’มหิดล’
11 ส.ค. 54 | อ่าน 151329 ครั้ง
มศว.รับเด็กพิเศษต้นแบบเรียนร่วม
24 มี.ค. 54 | อ่าน 117224 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.