Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: การศึกษา: ’ราชภัฏ’เปิดตัวต่างแดน ปรับเข็มทิศสู่เสรีการศึกษา




      

คอลัมน์: การศึกษา: 'ราชภัฏ'เปิดตัวต่างแดน ปรับเข็มทิศสู่เสรีการศึกษา

 

พลาดิศัย จันทรทัต
          ด้วยตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษาไทย เมื่อถึงวันที่ต้องเปิดประตูเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
          ด้วยเล็งเห็นว่า ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาของไทยจำเป็นต้องรู้เขารู้เรา รู้ภาษา รู้ขนบธรรมเนียม รู้ประเพณี รู้วัฒนธรรม ที่เป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคอาเซียน
          เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง นักเรียน นักศึกษา ในกลุ่มประเทศสมาชิกที่นับถือต่างศาสนา และสื่อสารในภาษาที่ต่างออกไปจะหลั่งไหลเข้ามาศึกษาในบ้านเราอย่างเสรี
          ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)ทั้ง 40 แห่งทั่วประเทศ จึงมีมติลงขันควักเงินรายได้ของตนเองส่งอธิการบดีและตัวแทนมรภ. ทั้ง40 แห่ง เดินทางไปทำความรู้จักกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ และเอกชน ของ 10 ประเทศสมาชิก
          เพื่อเจรจาความร่วมมือด้านการศึกษาหลักสูตร งานวิจัย ตลอดจนแลกเปลี่ยนครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา งานวิจัยรวมถึงการวิจัยร่วมกัน
          โดย ทปอ.มรภ.แบ่งการเยี่ยมเยือนออกเป็น 4 ครั้ง ครั้งแรก ฟิลิปปินส์อินโดนีเซีย ครั้งที่ 2 พม่า ครั้งที่ 3
          ลาว เวียดนาม กัมพูชา และครั้งที่ 4 มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์
          สืบเนื่องจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้นำอาเซียนจากไทยอินโดนีเซียสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์เวียดนาม ลาว พม่ากัมพูชา มาเลเซียและบรูไน ได้ลงนามความร่วมมือในอาเซียนฉบับที่ 2 ประกาศจัดตั้งประชาคมอาเซียน
          เพื่อหลอมรวมเชื่อมมิติความร่วมมือระหว่างประเทศเข้าด้วยกันภายในปี พ.ศ.2563 ก่อนเร่งรัดเร็วขึ้นอีก 5 ปี เป็นปี พ.ศ.2558
          หัวใจสำคัญที่ถือเป็นเสาหลักในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประเทศมีอยู่ 3 ด้าน คือ ด้านการเมือง จัดตั้งประชาคมความมั่นคงอาเซียนด้านเศรษฐกิจ จัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและด้านสังคมและวัฒนธรรม จัดตั้งประชาคมสังคม วัฒนธรรมอาเซียน
          ซึ่งด้านที่ 3 นี้เอง ถือเป็นด้านสำคัญของการศึกษาไทยเนื่องจากมีกรอบความร่วมมือด้านการศึกษาบรรจุอยู่ด้วย อาทิ การจัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพการส่งเสริมทุนอาเซียนและเครือข่ายการศึกษา การส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และการพัฒนาเยาวชนอาเซียนให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงในปีพ.ศ.2558 การจัดทำหลักสูตรอาเซียนศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นต้น
          การเจรจาความร่วมมือของ มรภ.40 แห่ง กับ 9 ประเทศสมาชิกในครั้งนี้ จึงสำคัญต่อคุณภาพการศึกษาของไทยในอนาคตอันใกล้เป็นอย่างมาก
          โดยรายละเอียดของการเจรจาน่าสนใจอยู่หลายประการยกตัวอย่างที่รศ.ดร.สมเจตน์ ภูศรี ในฐานะรองประธาน ทปอ.มรภ. และอธิการบดี มรภ.มหาสารคามได้นำคณะผู้บริหาร มรภ. 12 คน เดินทางไปกระทรวงศึกษาธิการ สปป.ลาว ซึ่งตั้งอยู่ ณ กรุงเวียงจันทน์ เพื่อเข้าพบนายแสงสมพร วิระวุดหัวหน้ากรมแผนการและการร่วมมือด้านการติดต่อระหว่างประเทศสปป.ลาว
          สาระสำคัญในการพูดคุยอยู่ที่แนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา ลาวต้องการให้มรภ.ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นประเทศที่มีคุณภาพอยู่ในอันดับท้ายๆ ของสมาชิกอาเซียน และยังจัดอยู่ในอันดับที่ 48 ของกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาจึงอยากมีคุณภาพเทียบเท่ากลุ่มประเทศสมาชิกการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากๆสำหรับลาว
          อาจารย์สมเจตน์กล่าวว่า ลาวทำแผนขับเคลื่อนการศึกษาในกรอบระยะเวลา 5 ปีขึ้นมา โดยให้ความสำคัญใน 2 เรื่องคือ การส่งเสริมให้เด็กลาวเรียนจบระดับปริญญา เพราะปัจจุบันนักเรียนลาวเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพียง75 เปอร์เซ็นต์ และกำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพียง 1 แสนคน จากจำนวนประชากรทั่วประเทศ 6 ล้านกว่าคน
          อีกประเด็นคือ ลาวต้องการร่วมมือกับประเทศสมาชิกเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของลาวด้วยการแลกเปลี่ยน ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และนักวิจัยโดยอาจเป็นการวิจัยร่วมกัน เรายินดีให้ความร่วมมือทั้งการยกระดับครูผู้สอน และคุณภาพการศึกษา หรือการให้ทุนนักศึกษาลาว โดยแลกเปลี่ยนกับการสอนภาษาลาวให้กับครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาไทยเพราะปัจจุบันคนไทยยังขาดความรู้ในความหมายของภาษาลาวที่แท้จริง
          นอกจากนี้ มรภ.ได้เสนอส่งบุคลากรครูอาจารย์ สังกัดมรภ.ข้ามมาสอนครูอาจารย์ ลาว ทุกวันเสาร์-อาทิตย์แทนเพราะไม่ต้องการให้ลาวเสียกำลังคนในการเรียนการสอนที่อาจส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของลาวได้รองประธาน ทปอ. กล่าว
          คณะผู้บริหาร และตัวแทนของ มรภ. กว่า 70 ชีวิต ยังมีโอกาสเดินทางไปดูงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (National University of Laos) ซึ่งเปิดสอนทั้งสิ้น 11 คณะ โดย 10 คณะเปิดสอนระดับปริญญาโท และอีก 1 โรงเรียนเตรียมเด็กเก่งเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา
          โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เคยลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกกว่า 160 แห่ง ซึ่ง 28 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ที่มีมรภ.เลยมรภ.อุดรธานี และมรภ.มหาสารคาม รวมอยู่ด้วย
          คณะมรภ.เข้าเจรจาหารือแนวทางความร่วมมือต่างๆ กับนายลำไม พิพัควงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ซึ่งรองอธิการบดีลำไมแสดงเจตจำนงให้ลาว-ไทยแลกเปลี่ยนนักวิจัยหรือการวิจัยร่วมกันมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันความร่วมมือในระดับมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือด้านวิจัยมีน้อยมาก
          พร้อมกันนี้ยังอยากให้มรภ.แลกเปลี่ยนคลังความรู้ให้กับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวมากขึ้น โดยขอให้กลุ่มมรภ.ใส่สาระความรู้ลงในเว็บไซต์ของแต่ละมรภ.เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาของลาว สามารถสืบค้นข้อมูลเป็นองค์ความรู้ในการพัฒนาการศึกษาของลาวให้ใกล้เคียงกลุ่มประเทศสมาชิก
          รศ.ดร.สมเจตน์กล่าวว่า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ต้องการให้ทั้งสองประเทศขับเคลื่อนทิศทางการศึกษา ด้วยวิธีแลกเปลี่ยนนักศึกษามากยิ่งขึ้น โดยขอให้กลุ่ม มรภ.พิจารณาความช่วยเหลือเรื่องทุน เนื่องจากนักศึกษาลาวส่วนใหญ่ฐานะไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปเรียนยังต่างแดน โดยสปป.ลาวต้องการออกจากกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาให้ได้ภายในระยะเวลา9 ปี
          การหารือมีข้อสรุปว่า มรภ.ใดที่เคยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวอยู่แล้วก็ให้ขับเคลื่อนต่อไป ส่วนประเด็นการร่วมมือในครั้งนี้ ผมจะสรุปเสนอ ทปอ.มรภ.อีกครั้งเพื่อดูช่องทางที่จะร่วมมือ โดยเป็นไปได้ว่า ทปอ.มรภ.อาจเชิญอธิการบดี หรือตัวแทนของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวมาลงนามเอ็มโอยู เพื่อร่วมมือแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา หรือทุนต่างๆ ร่วมกับ มรภ. ทั้ง 40 แห่ง แทนที่จะดำเนินการเป็นแห่งๆ ไป
          ด้านรศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภรประธาน ทปอ.มรภ. และอธิการบดี มรภ.พระนคร เปิดเผยภายหลังได้ข้อสรุปจากการดูงานทั้ง 10 ประเทศว่า การเดินทางไปเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือที่ดีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือทางการวิจัย การแลกเปลี่ยนงานวิจัย อาจารย์ นักศึกษา และหลักสูตรเพื่อรองรับกับการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างประเทศ
          จากนี้ไปการทำงานจะเป็นในรูปแบบของมรภ.ทั้ง 40 แห่ง คงไม่ใช่ต่างคนต่างทำ โดย มรภ.จะต้องทำหลักสูตรท่องเที่ยวและการโรงแรม เพราะถือเป็นวัฒนธรรมฐานรากที่สำคัญ นอกจากนี้คือการผลิตครู ที่ต้องสอนในห้องเรียนที่หลากหลายด้วยวัฒธรรมและภาษา ครูจึงต้องรู้วัฒนธรรมและรู้ไม่น้อยกว่าสองภาษา
          นับเป็นการเปิดศักราชทางการศึกษาของ 'ราชภัฏ' กับกลุ่มประเทศสมาชิก ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 22 ธ.ค. 54   อ่าน 18447 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มมส.เสริมทักษะวิทย์ครู - น.ร.ระดับมัธยม
22 ต.ค. 55 | อ่าน 1072 ครั้ง
สมศ.เผย 10 ข้อพิจารณา เข้าเรียนมหาวิทยาลัยทางเลือก หลังประกาศผลแอดมิชชั่น
09 มิ.ย. 58 | อ่าน 298 ครั้ง
ประกาศผล O-Net 21 มี.ค. ลั่นทันรับแอดมิชชัน
09 ก.พ. 58 | อ่าน 270 ครั้ง
การศึกษายุคอาเซียน ต้องมุ่งเน้นเรื่องภาษา
22 ก.พ. 55 | อ่าน 72452 ครั้ง
สคบ.จัดระเบียบสถาบันกวดวิชา ครูกั๊กวิชา ไปรับจ๊อบนอกโรงเรียน
11 ธ.ค. 55 | อ่าน 690 ครั้ง
ศธ.เร่งหาข้อสรุปบทบาทใหม่สกศ.
20 ก.พ. 58 | อ่าน 314 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.