Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.ประกาศ26ธ.ค.คิกออฟ’สปีกอิงลิช’ ครูยังกลัวไม่พร้อม




      

ศธ.ประกาศ26ธ.ค.คิกออฟ'สปีกอิงลิช' ครูยังกลัวไม่พร้อม

 

          'วรวัจน์'เล็งคิกออฟสปีกอิงลิช26 ธ.ค.นี้ ประกาศรายละเอียดมาตรการหนุนทุก ร.ร.ใช้ภาษาอังกฤษให้คล่อง
          ความคืบหน้าภายหลังนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายจัดทำโครงการ English Speaking Year 2012 เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยในปี พ.ศ.2558 โดยจะส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนในสังกัด ศธ.รวมกว่า 30,000 แห่ง ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น โดยเบื้องต้นกำหนดสัปดาห์ละ 1 วัน ให้ครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ นั้น
          เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายวรวัจน์ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ จะประกาศรายละเอียดและมาตรการว่า ศธ.จะดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างไร เช่น มาตรการพัฒนาอบรมครู เป็นต้นการที่ ศธ.กำหนดให้ทุกโรงเรียนจัด 1 วันในแต่ละสัปดาห์ ต้องพูดภาษาอังกฤษ โดยเด็กต้องเริ่มพูดกันตั้งแต่เดินเข้ามาในโรงเรียน เมื่อเจอครูต้องทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เช่น พูดว่า Good morning. How are you today? ส่วนช่วงที่เรียนในห้องเรียนก็ให้ครูสอนด้วยภาษาไทยตามปกติแต่เมื่อพักกลางวันหรืออยู่นอกห้องเรียนจะต้องพูดภาษาอังกฤษ โดยมาตรการเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้นักเรียนและครูเกิดความเคยชินที่จะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมากขึ้น ทั้งนี้ แนวคิดโครงการนี้ นอกจากเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ จึงทำให้พูดได้ไม่ดีเท่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ดังนั้น การคิดโครงการนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
          นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีการเรียนภาษาอังกฤษอยู่แล้วสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง 2 หน่วยกิต แต่สิ่งที่จะเน้น คือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ซึ่งตรงกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และภาษาอังกฤษเน้น คือภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ซึ่งตรงกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และภาษาอังกฤษเฉพาะสำหรับช่างที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานจริง นอกจากนี้ ที่ผ่านมา สอศ.ได้เตรียมความพร้อมเรื่องหลักสูตร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้น คิดว่าเด็กอาชีวะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ในระดับหนึ่ง
          นโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั้น สามารถทำได้ แต่อาจต้องเตรียมการเรื่องเทคนิคการสอนเพราะทั้งครูและนักเรียนไม่ถึงขนาดพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เพียงแต่ยังขาดความกล้าอย่างไรก็ตาม สอศ.ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กทุกคนจะเชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษ เพียงแค่ต้องการให้สื่อสารในการทำงานและดำรงชีวิตได้ นายชัยพฤกษ์กล่าว
          วันเดียวกัน นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวในการประชุมเรื่อง แนวโน้มและทิศทางการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนในประเทศไทย ว่า ตนเห็นด้วยที่ ศธ.มีนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดมีการพูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 วัน นอกจากนี้ ตนเห็นว่าประเทศไทยต้องมีนโยบายการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนที่ชัดเจนก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
          โดยควรเริ่มจากการเป็นศูนย์กลางการศึกษาเฉพาะทาง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยติดอันดับโลกเปิดหลักสูตรเฉพาะในสาขาที่ถนัด เช่น การแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งผลักดันให้มีการเรียนการสอนไทยศึกษาให้นักศึกษาต่างประเทศด้วย เพื่อจูงใจให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศให้มากขึ้น
          ด้านนางสาลี่ ศิลปสธรรม ครูวิชาภาษาอังกฤษโรงเรียนบ้านดอนขุนห้วย จ.เพชรบุรี กล่าวว่านโยบายนายวรวัจน์ดังกล่าวถือว่าดี แต่ต้องดูบริบทและศักยภาพของครูแต่ละโรงเรียนด้วยว่า มีความพร้อมในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแค่ไหนเพราะยังมีหลายโรงเรียนไม่มีครูที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เลย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่โรงเรียนขนาดเล็กเท่านั้นแม้แต่โรงเรียนขนาดกลางก็มีปัญหา ดังนั้น หากจะทำโครงการนี้จริงๆ หัวใจสำคัญจะต้องพัฒนาศักยภาพของครูก่อน หากครูไม่สามารถสื่อสารได้ต่อให้ทำกิจกรรมอะไรก็ล้มเหลว
          นายมาณพ บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านในถุ้ง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชกล่าวว่า โครงการดังกล่าวคงทำได้เฉพาะบางโรงเรียน โรงเรียนนอกๆ เมืองไปคงหมดสิทธิเพราะครูที่จะพูดภาษาอังกฤษได้มี 1-2 คนเท่านั้นจะให้ผู้อำนวยการโรงเรียนพูดก็คงได้เพียงไม่กี่คำแล้วจะเอาอะไรมาสอนมาฝึกเด็ก ตนเองเคยฝึกเรียนภาษาอังกฤษมาช่วงระยะหนึ่ง แต่เป็นการฝึกเฉพาะกิจเท่านั้น พอกลับมาโรงเรียนก็ลืม เพราะไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง ขนาดผู้ใหญ่เป็นแบบนี้แล้ว เด็กจะเป็นอย่างไร วันนี้เด็กไทยควรได้รับการไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง ขนาดผู้ใหญ่เป็นแบบนี้แล้ว เด็กจะเป็นอย่างไร วันนี้เด็กไทยควรได้รับการพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ หากเข้าใจในระบบการเรียนการสอนที่ถูกต้อง โดยมีการปรับฐานการเรียนรู้เสียก่อน
          นายนิพนธ์ ทองนอก ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ อ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่าตนไม่เห็นด้วยกับโครงการสอนอังกฤษสัปดาห์ละครั้งตามนโยบายนายวรวัจน์ เพราะจะไปสร้างความกดดันให้กับเด็กทำไม แค่วันละ 3 คาบ หรือสัปดาห์ละ 3-4 คาบ เด็กก็จะตายอยู่แล้ว ครูที่สอนก็จะมีสักกี่คนที่รู้ภาษาอังกฤษ อีกทั้งในแต่ละปีก็มีการจัดสอบวัดผลเอ็นทีบ้าง โอเน็ตบ้าง แล้วจะเอามาตรฐานไหนมาวัดกัน เอาสระภาษาไทยพื้นฐานให้แน่นก่อนดีไหม หรือเอาภาษาไทยให้แน่นดีกว่าเพราะวันนี้เด็กที่เก่งอังกฤษมักด้อยภาษาไทยแต่ละปีจะมีการตำหนิเรื่องภาษาไทยเสมอ ทำไมไม่เอาให้ดีเสียก่อน
          ทางด้านนายกฤษฎา สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่านโยบายส่งเสริมครูและนักเรียนพูดภาษาอังกฤษของ ศธ.ดังกล่าว เป็นโครงการที่ดี จะทำให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้คล่องมากขึ้น
          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กทม.ยังไม่มีนโยบายการจัดโครงการดังกล่าว แต่จะนำเสนอให้คณะผู้บริหาร กทม.พิจารณาว่าจะจัดโครงการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีโรงเรียนในสังกัดบางแห่งที่เป็นโรงเรียน 2 ภาษาอยู่แล้ว มีการเรียนการสอนทั้งภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ และภาษาญี่ปุ่น
          นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ส่งเสริมการเรียนภาษาพื้นเมือง อังกฤษ และจีน ซึ่งจำเป็นต่อการติดต่อสื่อสารในกลุ่มประเทศอาเซียนโดยโรงเรียนในสังกัด 11 แห่ง นักเรียนกว่า 6,000 คน ได้เรียนทั้งหลักสูตรท้องถิ่นควบคู่หลักสูตรสากลจ้างเจ้าของภาษาเป็นผู้สอนโดยตรง โดยเฉพาะอังกฤษ ครูไทยเก่งด้านแกรมม่า แต่การออกเสียงอาจมีปัญหา จึงจำเป็นต้องมีครูต่างชาติมาช่วยฝึกทักษะการอ่านและพูด ถ้าเป็นเด็กเล็กยิ่งสอนง่าย มีโอกาสพัฒนา สำเนียงพูดคล้ายเจ้าของภาษา
          นายไกรวุฒิ จันทร์รัตน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบาย ศธ.เพราะเป็นประโยชน์กับเด็ก อย่างไรก็ตาม เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ดำเนินการมา 4 ปีแล้ว โดยตั้งเป็นโรงเรียน 2 ภาษา ให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองซึ่งได้นำร่อง 2 โรงเรียน ระดับมัธยมที่โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ส่วนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเทศบาลวัดคลองโพธิ์ โดยทั้งสองโรงเรียนทางเทศบาลได้จ้างครูจากสหรัฐและประเทศกานาเข้ามาสอน มีการเรียนการสอนทุกวันในห้องปฏิบัติการทางภาษา เน้นไปที่ทักษะการพูด ฟัง อ่านและเขียนมาสอน มีการเรียนการสอนทุกวันในห้องปฏิบัติการทางภาษา เน้นไปที่ทักษะการพูด ฟัง อ่านและเขียนและเน้นย้ำที่สุดคือการสื่อสารด้วยการสนทนาภาษาอังกฤษ ยิ่งในชั่วโมงเรียนจะห้ามนักเรียนพูดภาษาไทยโดยเด็ดขาด ทำให้เวลานี้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กอย่างชัดเจน เพราะได้รับรางวัลจากการประกวดระดับภาคเหนือ และระดับประเทศทุกครั้ง ในขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเลย
          นายหาญชัย ทีฆธนานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี กล่าวว่าโรงเรียนในสังกัด อบจ.อุดรธานีทั้ง 8 โรง จะมีชาวต่างประเทศเจ้าของภาษาที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่กับครอบครัว หรือเข้ามาทำงานในพื้นที่ ได้เข้ามาช่วยสอนการสนทนาภาษาอังกฤษ ทำให้เด็กมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของภาษาจริงๆ ไม่น่าเบื่อเหมือนที่ผ่านมา

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 20 ธ.ค. 54   อ่าน 57278 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
รร.เอกชนโวยโดนแย่งเด็กปฐมวัย
20 มิ.ย. 60 | อ่าน 215 ครั้ง
"ศศิธารา"ระบุถูกหั่นงบคอมพ์ SP2 อาชีวะ 452 ล.เป็นเรื่องปกติ
28 ม.ค. 54 | อ่าน 10616 ครั้ง
นักวิชาการแนะ ต้องทำ 7 ข้อนี้ เพื่อวางรากฐานการศึกษาชาติ
07 ม.ค. 59 | อ่าน 213 ครั้ง
การเลื่อนเงินเดือนสำหรับผู้ลาศึกษาต่อ
22 มิ.ย. 58 | อ่าน 290 ครั้ง
นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 25
20 ต.ค. 58 | อ่าน 1375 ครั้ง
‘อาชีวะแกนมัธยม’ ให้โอกาส สร้างอาชีพ
05 ก.ย. 57 | อ่าน 330 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.