Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ดันรับตรง-แอดมิสชั่นส์สูตร50:50 ทปอ.ชง12ก.พ.ขอมติยันกฎใหม่ยังไม่ใช้ปีนี้จุฬาฯ-เกษตรยืนเท่าเดิม



          ปธ.ดันที่ประชุม ทปอ. 12 ก.พ.กำหนดสัดส่วนรับตรง-แอดมิสชั่นส์กลาง 50:50 เชื่อถ้ามหาวิทยาลัยดังจุฬาฯมธ.ร่วมมือ น.ร.ไม่เมินแอดมิสชั่นส์กลางแน่ ย้ำปี'54 ยังไม่ปรับรูปแบบ อาจแค่รื้อเล็ก
          นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และนายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ผลักดันวิธีการแก้ปัญหามหาวิทยาลัยนิยมระบบรับตรงนิสิต นักศึกษามากขึ้น จนตัวเลขทะลุร้อยละ60 ภายหลังมีเสียงเรียกร้องให้ ทปอ.และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งแก้ไขปัญหาเนื่องจากทำให้นักเรียนทิ้งห้องเรียนไปกวดวิชาวิ่งรอกสอบ และปิดกั้นโอกาสเด็กที่ฐานะไม่ดีในการเข้ามหาวิทยาลัย
          ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 มกราคมนายประสาทกล่าวว่า ข่าวการรับนิสิตนักศึกษาเขาศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบรับตรงและระบบ กลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง เป็นเรื่องที่ ทปอ.ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งในส่วนของการรับตรง ถ้าให้เด็กไปสอบในที่ตั้งของมหาวิทยาลัย โดยไม่ใช้ข้อสอบกลาง ได้แก่ คะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) คะแนนทดสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และคะแนนทดสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีเงิน สามารถกวดวิชา เรียนพิเศษ และเดินทางไปสอบยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคที่ต้องการ แต่ถ้ามหาวิทยาลัยใช้ข้อสอบกลางในการรับตรง เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ เด็กยากจนไม่ต้องเหมารถปิคอัพไปสอบตามที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าสบายใจนัก
          "ที่ประชุม ทปอ.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ มทส.ผมจะหารือเพื่อขอความร่วมมือในการกำหนดสัดส่วนรับตรงของแต่ละหลัก สูตร/สาขาวิชา ให้อยู่ที่ 50% และแอดมิสชั่นส์กลาง 50% ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ต้องรอฟังความเห็นจากอธิการบดี" นายประสาทกล่าว
          นายประสาทกล่าวว่า ในปีการศึกษา 2554 ตัวเลขรับผ่านแอดมิสชั่นส์กลางยังคงเท่าเดิม คือ 120,000 คน หรือ 50% ส่วนอีก 50% รับผ่านระบบรับตรง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขประมาณการ ต้องรอการยืนยันจากมหาวิทยาลัยอีกครั้ง แต่ทุกปีนิสิตนักศึกษาที่รับผ่านระบบแอดมิสชั่นส์กลาง มักไม่เต็ม
          "เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ไขว้เขวกับกระแสข่าวที่ออกไป ผมขอยืนยันว่าในปีการศึกษา 2554 แอดมิสชั่นส์ยังเดินไปในรูปแบบเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร หรือ GPAX, โอเน็ต, GAT และ PAT ดังนั้น ยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับใหญ่อย่างแน่นอนส่วนการปรับเล็กนั้น ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ทปอ.จะนำนโยบายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายไชยยศ จิรเมธากรรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ไปหารือ รวมถึงข้อห่วงใยของสื่อ และผู้ปกครองด้วย จึงขอให้รอฟังความชัดเจนจาก ทปอ.และ สอท.เพราะเรื่องนี้กระทบต่อบุคคลไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ทั้งนักเรียนพ่อแม่ และผู้ปกครอง จึงอยากให้รอฟังความชัดเจน" นายประสาทกล่าว
          ประธานที่ประชุม ทปอ.กล่าวว่า กรณีที่มหาวิทยาลัยเร่งสอบรับตรงตั้งแต่ต้นภาคเรียนที่2 เพื่อคัดเด็กหัวกะทิ เป็นสาเหตุให้นักเรียนทิ้งห้องเรียนเพื่อไปกวดวิชานั้น มองว่าควรต้องหาสาเหตุ เช่น ปัญหาอาจเกิดจากระบบการคัดเลือกที่ได้นิสิตนักศึกษาไม่ตรงตามที่มหาวิทยาลัย ต้องการหรือไม่ เป็นต้น เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าถ้ามหาวิทยาลัยดังๆโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 แห่ง เช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น ประกาศร่วมแอดมิสชั่นส์กลางในสัดส่วน 50% ขึ้นไป เชื่อว่าเด็กจะหันมาให้ความสนใจ และสมัครแอดมิสชั่นส์กลางกันมากขึ้น
          "ที่นายไชยยศมีแนวคิดออกกฎหมายเพื่อให้ทุกมหาวิทยาลัยเข้าร่วมคัดเลือกนิสิต นักศึกษาผ่านศูนย์รับตรงของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นั้น เป็นสิทธิของรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นว่ากลไกการมีส่วนร่วมที่มีดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องออกกฎหมาย มาบังคับ และ ทปอ.ก็ไม่เคยนิ่งดูดาย พยายามปรับปรุงให้ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เหลื่อมล้ำ อีกทั้งการออกกฎหมายต้องใช้เวลาเป็นปี ซึ่ง ทปอ.คงไม่รอ และขณะนี้ได้มอบให้คณะทำงานแอดมิสชั่นส์ฟอร์รั่มที่มีนายพงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน ไปศึกษาองค์ประกอบและค่าน้ำหนักของแอดมิสชั่นส์แล้วว่าคัดเลือกนิสิตนัก ศึกษาได้ตามที่มหาวิทยาลัยต้องการหรือไม่ เพื่อดูว่าจะต้องปรับเล็ก หรือปรับใหญ่ แต่หากจำเป็นต้องปรับใหญ่ จะต้องประกาศล่วงหน้า 3 ปี แต่ทั้งหมดต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทุกมหาวิทยาลัย" นายประสาทกล่าว
          ขณะที่นายศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือถึงปัญหาการรับตรงเช่นกัน แต่เท่าที่ดู มรภ.ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันรับตรงอยู่แล้ว ยกเว้นกลุ่มมรภ.ในกรุงเทพฯ ที่แยกกันรับ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าจากนี้ มรภ.ในกรุงเทพฯน่าจะดูในรายละเอียดต่างๆ ในการรับนักศึกษาร่วมกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร เพื่ออำนวยความสะดวกให้เด็กมากขึ้นส่วนที่นายไชยยศจะออกกฎหมายบังคับให้ มหาวิทยาลัยทุกแห่งร่วมรับตรงนั้น ไม่ได้พูดคุยกัน แต่ยืนยันว่า ทปอ.มรภ.จะไม่ร่วมรับตรงกับสกอ.แน่นอน เพราะคัดนักศึกษาได้ตามที่ต้องการอยู่แล้ว
          นายบุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า กรณีนักเรียนวิ่งรอกสอบ และทิ้งห้องเรียนนั้น มองว่านอกจาก ทปอ.จะต้องเร่งดำเนินการ และเป็นตัวกลางทบทวนสัดส่วนการรับตรงแล้ว นายชินวรณ์ต้องเจรจากับสภามหาวิทยาลัยต่างๆโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีสัดส่วน รับตรงมากกว่า 60% เพราะสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดสัดส่วนการรับตรง และมีอำนาจในเรื่องนี้เต็มที่ส่วน ม.อ.มีสัดส่วนรับตรงต่อแอดมิสชั่นส์ 50 ต่อ50 ซึ่งดีอยู่แล้ว และใช้มา 43 ปี ตั้งแต่ก่อตั้ง มอ.
          นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ถ้าต้องการให้สัดส่วนการรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ลดลง ทปอ.และ ศธ.ต้องแก้ปัญหาระบบการคัดเลือกผ่านแอดมิสชั่นส์กลาง ที่ไม่สามารถคัดเลือกนิสิตนักศึกษาได้ตรงตามความต้องการของหลายคณะวิชา ซึ่งสัดส่วนการรับตรงที่เพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนให้เห็นว่าระบบแอดมิสชั่นส์มีปัญหาจริงๆ ดังนั้น ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือ และศึกษาปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ ทปอ.ต้องยอมรับความจริงว่าระบบแอดมิสชั่นส์มีปัญหา ถ้าไม่แก้ไขปัญหาดังกล่าว เด็กก็ยังวิ่งรอกสอบตรง และทิ้งห้องเรียน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการรับตรงในส่วนของ มก.อยู่ที่ 50 ต่อ 50 ไม่มาก หรือน้อยไป คงไม่ต้องทบทวนหรือเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าหากแก้ปัญหาของระบบแอดมิสชั่นส์ได้ตรงจุด สัดส่วนรับตรงจะปรับลดลงเอง
          นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯใช้สัดส่วนรับตรงต่อแอดมิสชั่นส์ 43 ต่อ 57 ซึ่งเหมาะสมแล้ว จะไม่ทบทวน หรือว่าปรับเปลี่ยนทั้งนี้ ไม่อยากให้คิดว่าต้องควบคุมสัดส่วนรับตรงเหลือเท่านั้นเท่านี้ เพราะเชื่อว่าการเปิดรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยย่อมมีเหตุผลรองรับ จึงอยากให้แต่ละฝ่ายแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากกว่าซึ่งหาก ทปอ.จะหารือเรื่องสัดส่วนรับตรง จุฬาฯก็พร้อมเข้าร่วมแก้ปัญหา

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


โพสเมื่อ : 18 ม.ค. 54   อ่าน 7778 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
บทบาทอาชีวะในอาเซียน 10 ชาติ ต้องโตไปพร้อมกัน
17 ต.ค. 56 | อ่าน 728 ครั้ง
มศว.เปิดเวทีประชุมบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ
09 ก.ค. 57 | อ่าน 454 ครั้ง
ความปลอดภัยในรถโรงเรียน ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย
19 มิ.ย. 56 | อ่าน 875 ครั้ง
งานที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ต้องดำเนินการในปี พ.ศ.2559
04 ม.ค. 59 | อ่าน 458 ครั้ง
ปลัดก.ศึกษาฯบุกเมืองเพชรถกมาตรการแก้ไขนร.มั่วสุม
02 ก.ค. 55 | อ่าน 1104 ครั้ง
ห้าม4ศูนย์รัชต์ภาคย์รับนศ.ครูปี55
20 ธ.ค. 54 | อ่าน 72757 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.