Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


โรงเรียนต้นแบบบนพื้นที่สีแดงนำหลักศาสนาสร้างองค์ความรู้




      

โรงเรียนต้นแบบบนพื้นที่สีแดงนำหลักศาสนาสร้างองค์ความรู้

 

          เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์

          จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้คนต้องสูญเสียชีวิตไม่เว้นแต่ละวัน ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จากที่เคยสงบสุขมายาวนานเหตุการณ์ระเบิดรายวันยังสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่ และทำให้คนนอกพื้นที่ไม่กล้าที่จะเข้าไปท่องเที่ยว
          ทั้งๆ ที่พื้นที่นี้มีทั้งวัฒนธรรมที่งดงาม รวมถึงมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่น ที่โรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี  ที่นำเอาหลักศาสนาอิสลาม มาบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้างคนดีและคนเก่งที่จะนำมาซึ่งสันติสุขให้เกิดขึ้นในถิ่นฐานของตัวเอง แม้จะถูกจัดให้อยู่ในเขตพื้นที่สีแดงก็ตาม
          หลังจากที่เราเดินทางมาถึงโรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้น คือ รอยยิ้มของเด็กๆ พร้อมกับการยกมือไหว้แบบไทยๆ และคำกล่าวสวัสดีทักทาย บวกกับการจับมือของแขกผู้มาเยือนขึ้นมาหอมเป็นการต้อนรับในแบบมุสลิมที่โรงเรียนเน้นปลูกฝังมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อฝึกให้เด็กมีสัมมาคารวะและไม่ลืมวัฒนธรรมอันดีงามของชาวมุสลิมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา
          นางนูรีย๊ะ สือนิ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา เล่าว่า นอกจากที่นี่จะเป็นโรงเรียนเอกชนสามัญประเภทการศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ภายใต้การดูแลของมูลนิธิสามัคคีธรรมเพื่อการศึกษา เปิดสอนในระดับอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาที่เป็นมาตรฐานทั่วไปแล้ว ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ยังเน้นการนำเอาหลักธรรมของศาสนาอิสลามเข้ามาสอดแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนอีกด้วย เนื่องจากเด็กนักเรียนทั้งหมดนับถือศาสนาอิสลาม
          ทั้งนี้ เป็นการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.ในการดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายการศึกษาบูรณาการอิสลามเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ เน้นพัฒนากระบวนการเรียนรู้และสนับสนุนการสร้างสื่อการเรียนการสอนเฉพาะ 4 ภาษา ได้แก่  ภาษาไทยกลาง ภาษามลายูปัตตานี ภาษาไทยถิ่นใต้ และภาษาพิเทน
          โดยเธอเล่าว่าก่อนหน้าที่จะเป็นโรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา ที่นี่เคยเป็นสถาบันศึกษาปอเนาะเมื่อปี 2547 จากนั้นในปี 2548 ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนสามัญ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนสามัคคีธรรม โดยได้รับอนุญาตให้เปิดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมีนักเรียนรุ่นแรกเพียง 60 คน ต่อมาปี 2551 ได้ขยายหลักสูตรประถมศึกษาหรือหลักสูตรอิสลามศึกษา ตั้งแต่ ป. 1-ป. 3 มีนักเรียนเพิ่มเป็น 570 คน  ปี 2552  ได้ขยายหลักสูตร ป. 4-ป. 6 เพิ่มเติม และมีนักเรียนเพิ่มเป็น 607 คน หลังจากนั้น ในปี 2553  ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาเชิงบูรณาการอิสลาม โดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. และเปิดทำการเรียนการสอนถึงชั้น ป. 5 มีนักเรียนทั้งหมด 886 คน โดยโรงเรียนได้ดำเนินการเรียนการสอนแบบบูรณาการอิสลามต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันได้เปิดการสอนชั้น ป. 6 เพิ่มขึ้นอีก มีนักเรียนรวมทั้งหมด 1,141 คน
          จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป หลังจากเกิดความไม่สงบ เด็กที่เข้ามาโรงเรียนแต่ละคนไม่มีความพร้อมเลย เนื่องจากบางคนพ่อแม่ยากจน ไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก แม้มาถึงที่นี่ไม่ว่าเด็กจะมีสภาพแบบไหนเราก็รับมาทั้งหมด อย่างเด็กบางคน ตามจริงอายุน่าจะอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แต่ต้องมาเรียนที่นี่ เพราะหยุดเรียน พ่อแม่ขอให้ลูกมาเรียน ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ต้องให้ลูกเก่งก็ได้ แต่ขอแค่ให้เป็นคนดี ให้รู้จักการละหมาด เราก็รับเข้ามาเรียน ส่วนเด็กที่กำพร้าพ่อแม่ โรงเรียนก็จะให้ทุนการศึกษาและได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่วนเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ก็จะมีเงินบางส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือต่างหาก โดยทางโรงเรียนได้ให้เด็กเรียนฟรีตามกฎหมายอยู่แล้ว ผู้ปกครองจะเสียเงินเฉพาะค่ารถรับส่งของโรงเรียนซึ่งมีทั้งหมด 28 คันเท่านั้น
          ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา บอกว่า การนำเอาหลังธรรมในศาสนาอิสลามมาสอดแทรกในกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรมตามวิถีมุสลิมในโครงการต้นกล้าพันธุ์ดี เพื่อต้องการให้เด็กรู้วิถีปฏิบัติตนตามมารยาทในสังคม และมีคุณธรรมแบบมุสลิม สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การอ่าน อัล-กรุอาน การละหมาดและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรมนาซิฮัตยามเช้า หรือกิจกรรมหน้าเสาธงด้วยการพูดต่อหน้าชุมชน ส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออก
          กิจกรรมอิมาเราะห์มัสยิดหรือการบูรณะหรือการมาเยือนมัสยิดบ่อยๆ กิจกรรมอนุรักษ์ชุดท้องถิ่น กิจกรรมออมทรัพย์ กิจกรรมโรงเรียนปลอดขยะ และโรงเรียนสีขาวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยังรวมไปถึงกิจกรรมการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทางวิชาการ อย่างเช่น กิจกรรมพี่ช่วยน้อง กิจกรรมวันวิชาการ พานักเรียนไปทัศนศึกษา และโครงการเสริมหลักสูตรจินตคณิต ซึ่งเด็กๆ มีความสามารถที่จะคิดเลขได้เร็วเพียงไม่กี่นาที
          พี่ช่วยน้อง เป็นกิจกรรมที่ถอดมาจากหลักธรรมของศาสนาอิสลามที่ว่า มุสลิมคือพี่น้องกัน ดังนั้น เราสอนให้เด็กรักกันเหมือนพี่น้อง โดยตามคำสอนบอกว่าอีมานจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อเขารักเพื่อนเสมือนเขารักตัวเอง ผู้ใดไม่สนใจถึงเพื่อนมุสลิมด้วยกัน เขาผู้นั้นย่อมมิใช่มุสลิมที่ดี นี่คือ ที่มาของกิจกรรมนี้ ซึ่งใช้ได้ผลดีมาก เนื่องจากตั้งแต่เกิดความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นักเรียนส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบทางจิตใจที่ได้สูญเสียพ่อแม่ เป็นเหตุให้เกิดปมด้อยกับตัวเด็ก แม้อยู่ที่โรงเรียนก็จะซึมเศร้า โครงการพี่ช่วยน้องจึงเข้ามาช่วยเยียวยา ทั้งเรื่องการเรียนและความรู้สึกของเด็ก โดยจะได้รับการใส่ใจดูแลเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัวด้วย
          โดยเธอหวังว่าสิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงต้องการให้เด็กเป็นคนเก่งและเป็นคนดีเท่านั้น แต่อยากให้เด็กได้มีความสุขในสถานที่ที่มีสถานการณ์อย่างนี้ เพราะตอนนี้เราใช้ชีวิตเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อนไม่ได้แล้ว ที่อยากออกไปไหนก็ไปได้ มีอันตรายมีรอบด้าน มันไม่มีความสุข จึงคิดว่าเมื่อเด็กได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนก็อยากให้เด็กมีความสุข ทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กมีความสุขที่สุด และไม่อยากให้เด็กคิดอยากไปอยู่ที่อื่น เพราะเราเป็นพื้นที่สีแดงเกิดความไม่สงบ ก็อยากให้เด็กอยู่ที่นี่ให้ได้ เป็นคนเก่ง เป็นคนดีให้ได้ อยู่ในพื้นที่นี้ก็สามารถมีอนาคตที่ดีได้
          ด้านคุณครู ฮัสนะห์ สแลแม ครูประจำชั้นอนุบาล 2 บอกว่า เด็กระดับอนุบาลไม่เพียงมีกิจกรรมสันทนาการเท่านั้น แต่ยังเน้นนำหลักธรรมของศาสนาอิสลามมาปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ ซึ่งเด็กวัยนี้ต้องมีสื่อการเรียนที่เน้นภาพเป็นหลัก เธอและเพื่อนครูที่สอนระดับเดียวกันได้ช่วยกันทำหนังสือนิทานที่แต่งขึ้นมาใหม่ โดยเน้นสอดแทรกคำสอนของอัลลอฮฺ ในศาสนาอิสลามมาสร้างเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเช่น มีพ่อ แม่ ลูกที่เป็นชาวมุสลิมซึ่งมีเนื้อหาที่สั่งสอนให้เด็กรู้จักว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี และสอนให้รู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกันคล้ายนิทานอีสปของไทย
          นอกจากคุณครูจะเป็นผู้อ่านและชี้ภาพให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตามแล้ว หนังสือนิทานที่เราทำขึ้นยังเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ทุกระดับชั้นที่สามารถนำมาอ่านให้น้องๆ ฟัง ในกิจกรรมพี่ช่วยน้องด้วย  และบางเรื่องที่เราแต่งเป็นนิทานก็เอามาประยุกต์ให้เด็กๆ ได้นำมาใช้ในการแสดงละครเวที ซึ่งเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกปีในงานมหกรรมวันวิชาการและแสดงในวันสำคัญอื่นๆ ทำให้เด็กได้รับทั้งความสนุกสนานและได้เรียนรู้คำสอนของอัลลอฮฺ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย
          ขณะที่ ด.ญ.ซูไฮนี สาและ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 บอกว่าตั้งแต่ สสส.เข้ามาช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนสามัคคีธรรมวิทยา เป็นโรงเรียนต้นแบบในเรื่องการบูรณาการศึกษาอิสลามให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ ก็รู้สึกดีเพราะได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์มากมาย ที่ทำให้ตัวเองได้รับความรู้และยังประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีกับให้น้องๆ ด้วย  แม้ตอนนี้จะอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ เธอบอกว่าจะไม่ไปอยู่ที่อื่น เพราะที่นี่คือบ้าน และเมื่อเรียนจบออกไปก็จะกลับมาช่วยดูแลน้องๆ เพราะทุกคนคือพี่น้องกันพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน
          และนี่เป็นอีกหนึ่งบทสะท้อนที่ให้เห็นถึงความดีงามในวิถีมุสลิมที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สีแดง แม้ในภาวการณ์ความไม่สงบจะยังคงมีอยู่ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่คิดย้ายถิ่นฐานออกไป ยังมุ่งมั่นที่จะปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ทำแต่ความดีและสร้างสันติสุขให้กลับคืนมา
          ไม่อยากให้เด็กคิดไปอยู่ที่อื่น เพราะเราเป็นพื้นที่สีแดง ก็อยากให้เด็กอยู่ที่นี่ เป็นคนเก่ง เป็นคนดีอยู่ในพื้นที่นี้ก็สามารถมีอนาคตที่ดีได้

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 19 ธ.ค. 54   อ่าน 54790 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
วันเด็กแห่งชาติ!ศธ.ชูแนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา”
05 ม.ค. 60 | อ่าน 879 ครั้ง
ยันเลิกจ้าง "สมศักดิ์" พ้นเลขาฯสกสค.
03 มิ.ย. 58 | อ่าน 396 ครั้ง
ถอดบทเรียนผล’โอเน็ต’ชายแดนใต้ สกศ.ชี้ผลสำเร็จร.ร.เล็กขึ้นกับผู้บริหารเก่ง-มีฝีมือ
05 เม.ย. 55 | อ่าน 13443 ครั้ง
ทรงห่วงการเรียน นร.น้ำท่วม พระเทพฯ มีรับสั่งหาทางช่วย
15 ก.พ. 55 | อ่าน 70776 ครั้ง
"หนี้ครู" : คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน
18 พ.ย. 58 | อ่าน 441 ครั้ง
รร.อาชีวะเอกชนขอเข้าสังกัดสอศ.
14 ก.พ. 54 | อ่าน 11042 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.