Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปัญหาเชิงนโยบายอุดมศึกษาไทยจากหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่องถึงป.บัณฑิต




      

ปัญหาเชิงนโยบายอุดมศึกษาไทยจากหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่องถึงป.บัณฑิต

          ดร.วิทวัส ดิษยะศริน สัตยารักษ์
          รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา
          มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

          บทความวิจัย บทความวิชาการในระดับนานาชาติ ชี้ให้เห็นว่าการบริหารมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนเป็นอย่างมากเป็นองค์การที่เต็มไปด้วยผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาวิชาต่างๆ อย่างมากมาย และเป็นที่พึ่งที่หวังของสังคม ผู้เขียนคิดว่า การบริหารมหาวิทยาลัยเอกชนไทยมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่าอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากปัญหาในเชิงนโยบายและการปฏิบัติของหน่วยงานที่กำกับดูแลและรับผิดชอบทางการศึกษา เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางการศึกษา สภาการศึกษาแห่งชาติ คุรุสภา และกระทรวงศึกษาธิการ ล้วนเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลหน่วยงานทางการศึกษาและมหาวิทยาลัยต่างๆ
          โดยเฉพาะปัจจุบันมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนไทย ได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ไม่มีความชัดเจน และไม่ฟังข้อเสนอแนะจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นใหญ่ๆ 2 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาการยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง และ 2.ปัญหาการยกเลิกหลักสูตร  ป.บัณฑิต
          ประเด็นปัญหาที่ 1 การยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง ให้ใช้ระบบเทียบโอนแทน นักศึกษาที่จบในระดับอาชีวศึกษา จะต้องเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมาก ผู้เขียนขอสรุปประเด็นสำคัญ คือ นักศึกษาที่จบจากระดับอาชีวศึกษา เดิมสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง โดยใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปี ก็จบการศึกษา แต่ในกรณีการเทียบโอนนักศึกษาที่จบจากระดับอาชีวศึกษา จะต้องเสียเวลาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอีกประมาณ 3 ปี ถึงจะจบการศึกษา และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าเทอมเป็นจำนวนมากขึ้น ทำให้นักศึกษารุ่นใหม่ที่จะเข้าศึกษาต่อระดับอาชีวศึกษาลดน้อยไปเป็นอย่างมาก ทำให้มีผลกระทบต่อโรงเรียนอาชีวเอกชนทุกแห่งที่มีระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
          ประเด็นปัญหาที่สำคัญอีกประการสำหรับนักศึกษา คือ ตามนโยบายทางการศึกษาแห่งชาติ ทุกคนมีสิทธิเรียน มีโอกาสเลือกเรียนตามความสามารถและความถนัด แต่การยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง เป็นการลิดรอนโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษาที่มุ่งเข้าสู่ระดับอาชีวศึกษา    และทำให้นักศึกษาที่ได้ทุนกู้ยืม กยศ.ในหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง ไม่    สามารถศึกษาต่อให้สำเร็จได้
          ผู้เขียนทราบว่า นโยบายที่ต้องการให้เทียบโอน เพราะต้องการให้นักศึกษาเข้าสู่ระดับอาชีวศึกษา และเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที เพราะหลายอุตสาหกรรมในระดับประเทศ ขาดแคลนแรงงานระดับอาชีวศึกษา แต่ตรงกันข้าม การแก้ปัญหาโดยใช้วิธีเทียบโอน ทำให้นักศึกษาตัดสินใจไม่เรียนต่อในระดับอาชีวศึกษา และเข้าเรียนตรงในระดับปริญญาตรี นโยบายการใช้หลักสูตร เทียบโอนแทนการใช้หลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง ควรมีการวางแผนล่วงหน้าในระดับอาชีวศึกษา เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้สอด
          คล้องกับระดับอุดมศึกษา กล่าวคือ ควรจะปรับปรุงเป็นหลักสูตรอนุปริญญา (2 ปี) และสามารถเข้าเรียนต่อไปในระดับอุดมศึกษาโดยใช้เวลาเรียนอีก 2 ปี จะทำให้ไม่เสียเวลา และไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับหลักสูตรในต่างประเทศที่ใช้ระบบวิทยาลัย เปิดสอนในระดับอนุปริญญา (2 YEARS COLLEGE)
          ปัญหาที่สำคัญคือ การบังคับใช้ประกาศยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่องในช่วงภาคฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำให้มหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนไม่สามารถปรับตัวทัน และ 2 ปีที่ผ่านมา สกอ.ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อนโยบายการยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่อง ในที่ประชุมมีผู้บริหาร คณาจารย์ จากมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเข้าร่วม และมีมติในที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกหลักสูตรดังกล่าว เพราะในที่ประชุมไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า หลักสูตร 2 ปีต่อเนื่องมีปัญหาอย่างไร ซึ่งผู้เขียนมิทราบได้ว่า  แล้วจะจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพื่ออะไร
          ผู้เขียนยอมรับในนโยบายของทางราชการ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่การไม่ยอมรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายทำให้มีปัญหาตามมาหลายประการ รวมทั้งผู้เขียนเห็นควรให้มีการชะลอการยกเลิกหลักสูตร 2 ปีต่อเนื่องไปก่อน เพื่อให้ทั้งระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยมีโอกาสปรึกษาการจัดทำหลักสูตรร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
          ประเด็นปัญหาที่ 2 คุรุสภามีมติให้ยกเลิกการให้การรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการศึกษา หรือ ป.บัณฑิต โดยให้มีผลตั้งแต่บัดนี้ แต่ไม่มีผลกับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจากเหตุผลที่ผู้เขียนทราบคือ ปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิตครูในหลักสูตรดังกล่าว บางสถาบันไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้บริหารในคณะกรรมการคุรุสภามีมติดังกล่าว แต่ผลกระทบก็ส่งผลโดยตรงต่อมหาวิทยาลัย หรือสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ ถึงแม้จะมีการร่วมมือในอนาคต การสอนหลักสูตรมาตรฐานอื่นๆ ที่คุรุสภากำหนดแต่การบริหารจัดการในปัจจุบันจะเป็นปัญหาอย่างมาก ถ้านโยบายไม่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร และมหาวิทยาลัยใดมีโอกาสดังกล่าว เพราะส่วนหนึ่งมหาวิทยาลัยได้บรรจุคณาจารย์ในสาขาวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในระดับ ป.บัณฑิตแล้ว ผู้เขียนจึงขอให้ทบทวนนโยบายการวางมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ การคัดเลือกสถาบันร่วมผลิตครูมืออาชีพอย่างจริงจังและปราศจากการเมือง
          จากประเด็นปัญหา 2 ประการดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนมีความรู้สึกถึงการวางนโยบายทางการศึกษาที่ขาดมโนทัศน์ กัลยาณมิตร และอาจจะไม่ลึกซึ้งในปรัชญาทางการศึกษาของผู้มีส่วนในการผลักดันนโยบายต่างๆ
          มีคำกล่าวที่สะท้อนสิ่งเหล่านี้ได้ชัด เมื่อ 2 ปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังการสนทนา ถาม-ตอบ ในรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง พิธีกรถามนักสร้างภาพยนตร์ไทยว่า จะให้ภาครัฐสนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรมการทำภาพยนตร์ไทยอย่างไรบ้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยชื่อดังตอบว่าภาครัฐควรจะอยู่เฉยๆ ไม่ต้องมายุ่งกับพวกทำหนังมาก เพราะเมื่อมายุ่ง ก็ทำให้มีกฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมาบังคับใช้ ทำให้อุตสาหกรรมหนังไทยไม่ก้าวหน้าเหมือนอุตสาหกรรมหนังต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีการที่ภาครัฐอยู่เฉยๆ ผมว่าเป็นการสนับสนุนที่ดีแล้ว ซึ่งประโยคดังกล่าวกินใจผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง   และเริ่มจะเห็นด้วยมากขึ้นทุกวันกับข้อคิดที่ดี
          ดังนั้น การสนับสนุนการจัดการศึกษาไทย และการวางนโยบายการศึกษาไทย อาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คิด...

          --มติชน ฉบับวันที่ 13 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 53   อ่าน 15462 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เตรียมรีพรีออเดอร์แท็บเล็ตอีก 6 แสนเครื่อง
27 มิ.ย. 55 | อ่าน 711 ครั้ง
เผยเด็กไทยเข้ามหา’ลัยแค่ 30%
15 ส.ค. 56 | อ่าน 525 ครั้ง
แวดวงราชภัฎ
16 พ.ย. 53 | อ่าน 16161 ครั้ง
สอศ.ปัดรวบรัดเปิดสอนป.ตรีอาชีวะ ยันหลักสูตรถูกต้อง-เร่งปรับวุฒิ-เชื่อผ่านก.พ.
24 มิ.ย. 56 | อ่าน 419 ครั้ง
อ.ก.พ. "ไฟเขียว" เพิ่มเก้าอี้ผู้ตรวจฯอีก 6 คน
21 ก.ย. 59 | อ่าน 277 ครั้ง
พนักงานเห็นช่องฟ้องขอเงินเพิ่มมหาลัย
12 ม.ค. 59 | อ่าน 230 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.