Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.รับปากแก้เด็กติด ’ร.-0’ ดึง ’เด็กลอยล่อง’ เข้าระบบ




      

ศธ.รับปากแก้เด็กติด 'ร.-0' ดึง 'เด็กลอยล่อง' เข้าระบบ

          รมว.ศธ.เล็ง ดึงเด็กลอยล่องกลับเข้าระบบ ร.ร.ปีการศึกษาหน้า จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งสรุปตัวเลข ขอดูปัญหาเด็กติด 'ร', '0' พลาดเรียนต่อม.4-มหา'ลัย ชี้เป็นอำนาจครูผู้สอน หากให้เพราะ น.ร.ไม่สนใจเรียน แต่ถ้าถูกกลั่นแกล้งให้ร้องเรียน ศธ.ได้ ด้านอธิการบดี มข.แจงหลักการรับน.ศ.ต้องจบมัธยมปลายเท่านั้น อนุโลมให้ไม่ได้
          กรณีที่นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ระบุข้อมูล ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนในวัยเรียนอยู่นอกระบบการศึกษา หรือที่เรียกว่า เด็กลอยล่อง กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ ขณะที่นักเรียนที่จบชั้น ม.3 และ ม.6 นับหมื่นคนในแต่ละปี ต้องถูกผลักออกจากระบบการศึกษา เพราะเรียนจบไม่พร้อมรุ่น เนื่องจากโรงเรียนออกใบระเบียนผลการเรียน (ร.บ.)ไม่ทันวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เพราะยังติดร และ 0 ทำให้เข้าเรียนต่อ ม.4, ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และมหาวิทยาลัย ไม่ได้นั้น
          เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า เห็นปัญหาของเด็กลอยล่องและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดย ศธ.พยายามดึงเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยปีหน้าตั้งเป้าว่าจะดึงเด็กที่อยู่นอกระบบ เข้าสู่ระบบการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนักเรียนในระบบการศึกษาทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 9 ล้านคน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นโจทย์ที่ ศธ.ต้องแก้ไข
          ผมจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ และจัดทำข้อมูลของเด็กนอกระบบ และสรุปยอดให้ชัดเจนว่าแท้ที่จริงแล้ว มีจำนวนเท่าไหร่ และหนทางใดบ้างจะช่วยเหลือเด็กกลุ่มดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่ามาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้นคือ ต้องดึงเด็กกลุ่มนี้กลับมาสู่ระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และต้องส่งเสริมการศึกษาทางเลือกให้มากขึ้น เพื่อรองรับเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ รวมทั้ง พัฒนาระบบสารสนเทศให้ทันสมัยเชื่อว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง นายชินวรณ์กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวว่า กรณีที่มีข้อมูลว่ามีนักเรียนชั้น ม.3 และ ม.6 ที่เรียนจบไม่พร้อมรุ่นกว่า 1 หมื่นคนในแต่ละปี เพราะโรงเรียนออกใบ ร.บ.ให้ไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้นต้องชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเหตุผลทางวิชาการและการให้นักเรียนติด ร หรือติด 0 เป็นอำนาจของครูผู้สอน และเกี่ยวข้องกับระเบียบการวัดผลของนักเรียน จึงไม่สามารถแสดงความเห็นได้ว่าเรื่องนี้ถูกหรือผิด ต้องพูดคุยหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีหน้าที่ดูโรงเรียนของรัฐว่าจำนวนตัวเลข และปัญหาที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นจริงหรือไม่ หากจริงจะมีแนวทางหรือวิธีการช่วยเหลือเด็กกลุ่มดังกล่าวได้อย่างไรบ้าง
          นอกจากนี้ ต้องดูอีกว่าสาเหตุที่นักเรียนกลุ่มนี้ติด ร หรือ 0 เพราะสาเหตุใด หากติด รเนื่องจากไม่ตั้งใจเรียน และทำข้อสอบไม่ได้ถือว่าสมเหตุสมผลที่ครูผู้สอนให้ติด ร และเป็นเรื่องที่ดีที่โรงเรียนมีมาตรฐานการเรียนการสอนอย่างไรก็ตาม หากติด ร เพราะกระบวนการวัดผล หรือว่าการให้คะแนนของครูผู้สอนไม่เป็นธรรมนั้น เป็นเหตุผลที่ต้องออกมาตรการช่วยเหลือ และหากเกิดจากกรณีดังกล่าว นักเรียนสามารถร้องเรียนมายัง ศธ.ได้ ตนจะสั่งการให้สพฐ.ตรวจสอบ และดูแลกรณีดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมสำหรับนักเรียน และไม่ให้เสียโอกาสในการศึกษาต่อ
          ที่หลายฝ่ายเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ศธ.จะออกมาตรการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ โดยการอนุโลมให้เด็กติด  ร หรือ 0 เข้าเรียนก่อนแล้วค่อยแก้ ร และ 0 ในภายหลังนั้น ผมบอกไม่ได้ว่าทำได้หรือไม่ ต้องหารือถึงความเป็นไปได้ และผลกระทบของการกระทำดังกล่าวด้วยไม่ใช่ว่าเกิดปัญหาแล้วจะตัดสินใจทันที คงไม่ได้เพราะการให้ติด ร หรือ 0 เป็นอำนาจครูผู้สอน ศธ.ไม่สามารถแทรกแซงได้ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าหากเด็กคนใดไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการประเมินผลการเรียน ร้องเรียนที่ ศธ.ได้ทันที นายชินวรณ์กล่าว
          นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า หลักการของการรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ผู้เรียนจะต้องเรียนจบชั้นมัธยมปลายเท่านั้น หากจะให้มหาวิทยาลัยอนุโลม หรือรับนักเรียนที่เรียนไม่จบเพราะติด ร หรือ 0 คงไม่ได้ เพราะหากมหาวิทยาลัยรับนิสิตนักศึกษาเข้ามาแล้ว ก็หมายความว่านิสิตนักศึกษาคนนั้นๆ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน หากรับนักเรียนที่ยังเรียนไม่จบ ก็มีความเป็นไปได้ว่าท้ายที่สุดจะต้องลาออกเพราะไม่สามารถแก้ ร หรือ 0 ได้ จึงต้องกลับไปเรียนชั้น ม.6 ใหม่ การกระทำดังกล่าวย่อมทำให้เกิดความเสียหายทั้งระบบ และมหาวิทยาลัยอาจโดนฟ้องร้องได้
          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการอนุโลมให้กับนักเรียนในระดับหนึ่งแล้ว เช่น วันที่นักเรียนมายื่นสมัครสอบ ยังไม่จำเป็นต้องเรียนจบ หรือไม่จำเป็นต้องมีใบ ร.บ.ก็ได้ แต่ในวันที่มารายงานตัวจะต้องมีใบ ร.บ.มาแสดงว่าเรียนจบ ม.6 แล้ว ไม่เช่นนั้นจะถือว่าขาดคุณสมบัติ นายสุมนต์กล่าว

          --มติชน ฉบับวันที่ 13 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 53   อ่าน 13483 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ต้องเริ่มที่ตัวครูก่อนปรับวิธีสอนวิทย์รัฐช่วยหนุนสื่อไอที
18 ม.ค. 56 | อ่าน 483 ครั้ง
มข.เร่งช่วยคนป่วย-ยากจน-ไอคิวต่ำ
30 เม.ย. 57 | อ่าน 210 ครั้ง
กศน.ยกผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนเรียนเพิ่ม 9 ชม./สัปดาห์เริ่มปี’57
29 ต.ค. 56 | อ่าน 293 ครั้ง
การประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่
29 ส.ค. 60 | อ่าน 272 ครั้ง
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559
26 ส.ค. 59 | อ่าน 127 ครั้ง
รมว.ศธ.หารือกับสำนักพิมพ์และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
27 ธ.ค. 56 | อ่าน 199 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.