Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.ห้ามร.ร.เรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ย เปิดช่องให้ผู้ปกครองแจ้งข้อมูล




      

ศธ.ห้ามร.ร.เรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ย เปิดช่องให้ผู้ปกครองแจ้งข้อมูล

 

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีนโยบายการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และ 4 ประจำปีการศึกษา 2555 ว่า การสอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงหรือการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไป นั้น จะไม่ให้มีการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเข้าเรียนอย่างแน่นอน และตนได้ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ผ่อนผันเกณฑ์ให้มีนักเรียนห้องเรียนพิเศษเพิ่มมากขึ้นโดยขยายจำนวนการรับได้ประมาณ 10 %ของจำนวนการรับของโรงเรียน และยังสามารถระดมทรัพยากรจากผู้ปกครองได้เพื่อนำไปดูแลบุตรหลานของตน โดยจะลดเงินอุดหนุนของห้องเรียนพิเศษลงเพื่อนำไปอุดหนุนนักเรียนในห้องเรียนปกติ นักเรียนที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนแทน

          โดย การที่ผู้ปกครองบริจาคเงินในการระดมทรัพยากรของโรงเรียนนั้นจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการแลกที่นั่งเรียนอย่างเด็กขาด รวมทั้งการสอบเข้าเรียนด้วยก็ต้องไม่มีการเรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียนและขอห้ามทุกโรงเรียนเรียกรับเงินแลกกับการเข้าเรียนด้วย

          รัฐมนตรีว่าการศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่าหากตรวจสอบพบว่าผู้บริหารโรงเรียนหรือข้าราชการครูคนใดเรียกรับเงินจากผู้ปกครองเพื่อให้เด็กเข้าเรียนจะถือว่ากระทำผิดและจะต้องถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งตนจะเปิดให้ผู้ปกครองหรือใครที่มีข้อมูลการเรียกรับเงินหรือรับฝากเด็กให้แจ้งข้อมูลมาที่ศธ.ได้เพื่อจะไปตรวจสอบต่อไป

          ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่าสำหรับการรับนักเรียนชั้นม.1ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ให้กำหนดสัดส่วนเป็น 50:50 โดยรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือจะรับมากกว่านี้ได้แล้วแต่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบซึ่งทางโรงเรียนอาจจะใช้วิธีการจับสลากหรือสอบแข่งขันก็ได้ตามสัดส่วนที่จะกำหนดเอง ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 ให้รับนักเรียนทั่วไปโดยการคัดเลือกจากการสอบหรือการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการที่โรงเรียนกำหนด โดยการรับนักเรียนของโรงเรียนอัตราการแข่งขันสูงจำนวน 200 แห่งจะต้องรับให้เสร็จในรอบเดียว และจำนวนนักเรียนต่อห้องต้องไม่เกิน 50 คนต่อห้อง ส่วนโรงเรียนทั่วไปสามารถรับได้หลายรอบหากมีที่นั่งว่าง ส่วนการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษนั้นก็ยังจะมีอยู่เช่นเดิมโดยจะยึดกลุ่มใน 7 กลุ่มเหมือนปีที่ผ่านมา เช่น เป็นนักเรียนที่มีข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน เป็นนักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติหรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์เป็นพิเศษ เป็นนักเรียนโควต้าตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจ หรือคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูหรือบุคลากรของโรงเรียน และ เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น สำหรับการตั้งคณะกรรมการติดตามการรับนักเรียนนั้นในปีนี้ก็ยังจะมีคณะกรรมการชุดนี้อยู่เพียงแต่จะมีการปรับแนวทางวิธีการในลักษณะไม่ใช่การไปจับผิดโรงเรียนมากเกินไป ส่วนนโยบายห้ามฝากเด็กเข้าเรียนนั้นก็ยังต้องเข้มงวดเหมือนปีที่ผ่านๆมาเช่นกันที่ห้ามฝากเด็กเข้าเรียน อย่างไรก็ตามสำหรับปฏิทินการรับนักเรียนนั้นสพฐ.จะต้องรอให้คณะกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติเห็นชอบการเลื่อนสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ก่อนจากนั้นจะประกาศแจ้งให้ทราบต่อไป

 

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 22 พ.ย. 54   อ่าน 43563 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เดินหน้าโครงการ "คุรุทายาท" ม.ค.59
10 ธ.ค. 58 | อ่าน 461 ครั้ง
ขอเพิ่มค่าครองชีพเด็กทุน สสวท.ครวญไม่ได้ปรับ 17 ปี
08 พ.ย. 53 | อ่าน 10140 ครั้ง
งานวิจัยชี้ไม่ควรเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา
12 ธ.ค. 57 | อ่าน 529 ครั้ง
ถกเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย ชี้คลอดปฎิทินแน่เดือนพ.ค.นี้
19 เม.ย. 61 | อ่าน 299 ครั้ง
กศน.จัดชุมนุมลูกเสือสร้างจิตสำนึกคสช.ร่วมปลูกค่านิยมรักชาติ-ต่อยอดพัฒนาชุมชน
21 ก.ค. 57 | อ่าน 394 ครั้ง
ศธ.ขยายปรัชญา ศก.พอเพียงสู่ ร.ร.
28 ก.ค. 57 | อ่าน 269 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.