Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์ครูคืนถิ่น เปิดยื่นภายในสิ้นปี-ย้ายเม.ย.-พ.ค. แม่พิมพ์แสนคนเฮได้สิทธิกลับบ้าน




      

ก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์ครูคืนถิ่น เปิดยื่นภายในสิ้นปี-ย้ายเม.ย.-พ.ค. แม่พิมพ์แสนคนเฮได้สิทธิกลับบ้าน

 

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนกรณีย้ายครูคืนถิ่น ดังนี้ การย้ายครูคืนถิ่นให้ใช้เฉพาะสายงานการสอน โดยกำหนดเพิ่มเติมในการย้ายกรณีพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.3/ว8 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม2549 โดยไม่ต้องยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวส่วนคุณสมบัติผู้ขอย้าย ต้องขอย้ายเพื่ออยู่ร่วมกับครอบครัวซึ่งเป็นการย้ายกลับภูมิลำเนา/ถิ่นที่อยู่ของตนเอง หรือกลับภูมิลำเนา/ถิ่นที่อยู่ของคู่สมรส หรือกลับภูมิลำเนา/ถิ่นที่อยู่ของบิดามารดาของตนเอง ซึ่งจะให้ข้าราชการครูฯ ทุกสังกัดของ ศธ.ยื่นคำร้องขอย้ายผ่านต้นสังกัดได้ครั้งเดียวภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ และ ศธ.จะเปิดตัวโครงการครูคืนถิ่น ในวันที่ 1 ธันวาคม
          ขั้นตอนการขอย้าย ต้องยื่นความจำนงที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จากนั้น ศธ.จะนำข้อมูลที่ครูยื่น มาพิจารณาเพื่อจะได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนหรือเตรียมการรองรับเมื่อมีข้าราชการครูฯ ย้ายออก ทั้งนี้ การย้ายจะไม่มีข้อจำกัด จะเปิดโอกาสให้ย้ายได้ทั้งหมด แต่อาจดูเรื่องอายุงาน เช่น ใครอายุราชการมากและอยู่ต่างถิ่นก็จะได้ย้ายก่อน การขอย้ายดังกล่าวจะดำเนินการเพียงปีนี้ ไม่ดำเนินการทุกปี เพราะหลังจากนี้ ศธ.ต้องไปจัดอัตรากำลังใหม่หมดทั้งประเทศ ซึ่งจะเริ่มย้ายได้ในเดือนเมษายนพฤษภาคม 2555 ดังนั้นขอให้ครูได้ใช้สิทธิ โดยคาดว่าครูที่จะได้ย้ายกลับภูมิลำเนามีประมาณ 1 แสนกว่าคน รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าว
          นายวรวัจน์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูฯ ผู้สอบแข่งขันได้พื้นที่ฯ โดยมอบให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาย้าย โดยจะต้องเป็นความสมัครใจของผู้สอบแข่งขัน และต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาและยินยอมให้ย้าย และต้องย้ายมาดำรงตำแหน่งเดิม รับเงินเดือนอันดับและขั้นเดิม แต่ไม่สูงกว่าอันดับและขั้นสูงสุดของเงินเดือนในอันดับสำหรับตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ อีกทั้งยังเห็นชอบให้นำผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษามาเป็นองค์ประกอบพิจารณาการย้ายด้วย
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูฯ ใหม่ดังนี้ 1.ให้ครูเสนอแนวทางการพัฒนางาน โดยต้องครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานและผลงานที่แสดงถึงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เช่น ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน 2.ให้ส่วนราชการต้นสังกัดคัดกรองครูที่จะเสนอแนวทางการพัฒนางาน เช่นกำหนดว่าต้องเป็นครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่มีผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามเป้าหมาย หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการกำหนด หรือคัดกรองจากผู้ที่เสนอโครงการในการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ3.กำหนดให้ประเมินคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ กระบวนการและผลที่เกิดจากการปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นวิธีการประเมินตามสภาพจริง ณ สถานที่ปฏิบัติงานและกำหนดระยะเวลาในการประเมินหลังจากการยื่นบันทึกความเข้าใจ (MOU) แล้ว เป็นระยะๆ ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ในแต่ละวิทยฐานะคือ วิทยฐานะชำนาญการ ใช้ระยะเวลาในการประเมิน 2 ปี วิทยฐานะชำนาญการพิเศษขึ้นไป3 ปี และ 4.เน้นการมีส่วนร่วม เช่น ให้ผู้ปกครอง ชุมชนสมาคม และชมรมทางวิชาการต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินโดยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะไปประเมินในขั้นสุดท้าย ทั้งนี้แนวทางดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้ยื่นได้

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 21 พ.ย. 54   อ่าน 46386 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ม.ขอนแก่น ชูสมาร์ทแคมปัสสู่ มหา’ลัยชั้นนำโลก ผู้บริหาร ม.เทคโนฯมหานคร เล็งปรับสอน น.ศ.
21 ก.พ. 60 | อ่าน 391 ครั้ง
สพฐ.ปรับทีโออาร์แท็บเล็ตลอตใหม่
30 เม.ย. 56 | อ่าน 496 ครั้ง
มหา’ลัยลงขัน 200 ล้าน ยื่นขอใบอนุญาตทีวีดิจิตอลสาธารณะ
05 มิ.ย. 56 | อ่าน 633 ครั้ง
สนช.ชงกม.ปฏิรูปศึกษา 11ฉบับ
04 ก.พ. 59 | อ่าน 920 ครั้ง
สพฐ.หนุนรัฐบาลใหม่แจกแท็บเล็ตน.ร.
06 ก.ค. 54 | อ่าน 30032 ครั้ง
นายกฯลั่นศธ.ต้องย้อนดูระบบผลิตคน
26 ก.ย. 60 | อ่าน 450 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.