Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’วรวัจน์’ดึงผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพบรรจุครูร่วมส.อ.ท.ผุดหลักสูตรใหม่-สร้างร.ร.ในโรงงาน




      

'วรวัจน์'ดึงผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพบรรจุครูร่วมส.อ.ท.ผุดหลักสูตรใหม่-สร้างร.ร.ในโรงงาน

 

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศธ. กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำคณะผู้บริหารส.อ.ท. เข้าหารือนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งส.อ.ท.นำเสนอความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยการเชื่อมโลกการศึกษากับการเชื่อมโลกการทำงานเข้าด้วยกัน โดยให้สถาบันการศึกษาทั้งในระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษากับส.อ.ท. ร่วมกันดำเนินการ เรื่องนี้ตนมองว่าในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมนั้น ขณะนี้ ศธ.มีการพัฒนาหลักสูตร แบ่งผู้เรียนออกเป็น5 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเกษตรกรรม 2. กลุ่มอุตสาหกรรม 3. กลุ่มพาณิชยกรรม 4. กลุ่มความคิดสร้างสรรค์ และ 5. กลุ่มอาชีพเฉพาะทาง ซึ่งส.อ.ท.ต้องเข้ามาช่วยจัดทำหลักสูตรกับกลุ่มอุตสาหกรรมท้องถิ่น และร่วมทำงานกับคนพื้นที่
          นายวรวัจน์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นครูซึ่งเดิมต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูนั้น ศธ.ก็จะปรับเกณฑ์ให้ผู้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพเข้าไปเป็นผู้สอนได้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เข้ามาเป็นครูมากขึ้น และแก้ปัญหาการขาดแคลนครูช่างด้วย นอกจากนี้ ต้องการให้สภาอุตสาหกรรมกำหนดว่าต้องการให้เกิดหลักสูตรอะไรในแต่ละจังหวัดโดยเด็กจะได้เรียนปรับพื้นฐานสาขาเฉพาะทาง ตั้งแต่ในชั้นม.ต้น ไม่ใช่การเรียนเพียง 1 หรือ 2 ปี เท่านั้น ส่วนการทำงานในโรงเรียนนั้น ศธ.มีความพร้อมในเรื่องของสถานที่ และการลงทุน ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างโรงเรียนในโรงงาน หรือการสร้างโรงงานในโรงเรียน โดยจะจัดเตรียมเครื่องมือให้เหมือนกับโรงงาน สำหรับการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์นั้น ศธ.ให้ความสำคัญกับภาคทฤษฎี เพียงร้อยละ 30 อีกร้อยละ 70 เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งศธ.มีความพร้อมด้านสถานที่ งบประมาณ และทรัพยากรบุคคล หากทางภาคอุตสาหกรรมเข้ามาใช้ฐานตรงนี้ ก็ยิ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาการจัดทำหลักสูตรที่เชื่อมโยง โลกการศึกษากับโลกการทำงานเข้าด้วยกันเร็วขึ้น
          ส่วนเกณฑ์ประเมินกับตัวชี้วัดต้องมุ่งเน้นไปที่คุณภาพนักศึกษา โดยศธ.มีนโยบายประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งสถาบันการศึกษาจะได้รับทุน 3 รูปแบบ คือ 1. ทุนงบประมาณ 2.กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) 3.กองทุนตั้งตัวได้ ในวงเงินประมาณ 1 พันล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถกู้ยืมเพื่อการสร้างอาชีพ หากสถาบันการศึกษาใด ผลิตเด็กแล้วทำงานไม่ได้ ก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนนโยบายนี้มองที่ศักยภาพ และให้อิสระในการจัดการศึกษาโดยฝากส.อ.ท.ช่วยสนับสนุน เพราะศธ.ต้องการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ พร้อมเสนอให้ส.อ.ท.กำหนดหลักสูตรเฉพาะของแต่ละจังหวัด ให้เหมาะสมกับทรัพยากรและบุคลากรที่มีรมว.ศธ.กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 14 ต.ค. 54   อ่าน 55837 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ต่อยอด "ครูภูมิปัญญา" ชูคนรุ่นใหม่ 30% นั่งบอร์ดกกศ.
23 ม.ค. 55 | อ่าน 81017 ครั้ง
แห่ร้องทุกข์ข้องใจจ่ายเงินบำรุงเพิ่ม ผู้ปกครองยันเรียนฟรีไม่จริง ปัญหาตำรา-ชุดนร.ไม่ลงตัว
03 มิ.ย. 54 | อ่าน 99741 ครั้ง
’แบบเรียนในดวงใจ’ แจกรูป สะกดคำช่วยเด็กไทยอ่านออกเขียนได้
21 เม.ย. 57 | อ่าน 749 ครั้ง
กรุงไทยรับชำระหนี้เงินกู้ กยศ. และ กรอ. ผ่าน 4 ช่องทาง
16 พ.ค. 55 | อ่าน 1279 ครั้ง
11 สภาวิชาชีพผนึกพลังร้อง “ประยุทธ์” โวยกฎหมายใหม่ห้ามรับรองหลักสูตร
04 พ.ค. 61 | อ่าน 1081 ครั้ง
สกสค.ไขข้อสงสัย "โครงการอาคารศูนย์พัฒนาครูฯ" มุ่งหวังเพื่อสวัสดิการเพื่อนครู
29 มี.ค. 56 | อ่าน 583 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.