Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’สูงเม่นโมเดล’ต้นแบบการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ




      

'สูงเม่นโมเดล'ต้นแบบการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ

 

          ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องเผชิญกับภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งในปี 2558 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ร่วมกับเพื่อนบ้านอีก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจกับการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการศึกษา เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

          การจัดการศึกษาที่ผ่านมา แม้ว่าหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติให้มีทักษะพื้นฐาน เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพทั้งในด้านการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพตามความถนัดและความสนใจ แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วนักเรียนระดับมัธยมศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเรียนสายสามัญ โดยต่างมุ่งหวังที่จะก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย

          ในแต่ละปีเราจึงมักเห็นภาพเดิม ๆ คือ มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้เพียง 10-20% และยังมีอีกกลุ่มใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ บางคนจำเป็นต้องศึกษาต่อด้านอื่นทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ชอบ บางคนศึกษาต่อเพียงเพื่อให้ได้ใบปริญญาบัตร แต่เมื่อจบออกมาก็ไม่สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการประกอบอาชีพที่มุ่งหวังได้ ซึ่งถือเป็นการศึกษาที่สูญเปล่าอย่างน่าเสียดาย

          ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนการเรียนตั้งแต่เริ่มต้น หรือ อย่างน้อยในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทุกคนต้องหมั่นประเมินตนเอง เพื่อตรวจสอบความรู้ ความสามารถ ความถนัด และความสนใจให้ชัดเจน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกศึกษาต่อด้านใด ๆ  ที่สำคัญจะต้องเลือกตามความถนัดและความสนใจจริง ๆ ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเปล่าทางการศึกษาที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ

          ปัจจุบันยังคงมีเด็กจำนวนมากที่เรียนไปโดยที่ไม่รู้เป้าหมายของตนเอง ไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไร ถนัดอะไร หรือโตขึ้นอยากทำงานด้านไหน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการลงทุนทางการศึกษา ดังนั้น ครูแนะแนวหรือครูประจำชั้น จะต้องช่วยดูแลให้คำปรึกษาชี้แนะเพื่อให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบว่าอาชีพใดที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตนเอง ช่วยเสริมเติมเต็มให้มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ และเลือกอาชีพการงานในอนาคตด้วยความมั่นใจ

          คำว่า สูงเม่นโมเดล คงจะเริ่มคุ้นชินสำหรับท่านที่อยู่ในแวดวงการศึกษา นับตั้งแต่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน หยิบยกนำมาเป็นโรงเรียนต้นแบบในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และเมื่อจบแล้วมีงานทำ สูงเม่นโมเดลเป็นรูปแบบการจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยาและโรงเรียนต้นแบบใน 3 จังหวัด ได้แก่ แพร่ น่าน และพะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยาและโรงเรียนต้นแบบ ที่มีการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนร่วมกันเพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่การสร้างอาชีพนั่นเอง

          นอกจากจัดทำหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยาแล้ว ยังได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นอีก คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร หลักสูตรเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรเทคโนโลยีเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต หลักสูตรอุตสาหกรรมอาหารและบริการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพ

          ที่ผ่านมาระบบการศึกษาใช้เวลาเรียน 12 ปีเพื่อสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทำให้นักเรียนไม่ได้เรียนตามความถนัดมากนัก ซึ่งเป็นการปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป คือ การปรับระบบการเรียนในระดับมัธยมศึกษาเป็น 3 สาย คือ มัธยมศึกษาที่มุ่งสู่การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย มัธยมศึกษาเชิงปฏิบัติทั้งในสาขาเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการบริหารจัดการและการบริการ และมัธยมศึกษากลุ่มความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งการนำนโยบายการพัฒนาการศึกษาแบบกลุ่มพื้นที่ หรือ Area Based และการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 2555 สถานศึกษาจะต้องร่วมมือกับหน่วยการศึกษาอื่นในจังหวัด เพื่อแปลงนโยบายไปสู่แผนปฏิบัติของแต่ละจังหวัดให้เกิดขึ้นจริง จากคำกล่าวบางตอนของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

          ต่อไปจะต้องมองการศึกษาออกไปไกลกว่าการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่าวัดจากผู้ที่จบการศึกษาแล้วมีงานทำ ซึ่งสอดคล้องกับที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ระบุว่าต้องให้ผู้ที่จบการศึกษา มีที่ยืนหรือมีงานทำ ไม่ใช่มีลู่วิ่งลู่เดียว คือ มุ่งเข้าสู่มหาวิทยาลัยเพราะฉะนั้นอนาคตเด็กไทยจะต้องปรับเปลี่ยน ต้องส่งเสริมให้เด็กได้คิดนอกกรอบ เพื่อให้เห็นช่องทางอาชีพที่หลากหลาย และต้องส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้ประกอบการเอง จากคำกล่าวบางตอนของ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะหน่วยงานหลักที่ต้องส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          สูงเม่นโมเดล ถือเป็นการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่เน้นตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ แต่ละโรงเรียนต้องศึกษาศักยภาพโรงเรียน นักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น และดำเนินการร่วมกับหน่วยการศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียง คงต้องอาศัยพลังร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคมช่วยกันขับเคลื่อนแนวคิดการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพนำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อสร้างศักยภาพเด็กไทยให้เข้มแข็งรองรับการแข่งขันในปี 2558.

          ฟาฏินา วงศ์เลขา

 

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 04 ต.ค. 54   อ่าน 41978 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คอลัมน์: อาชีวะต้นแบบ: สัมผัส...วิถีเกษตรแบบยั่งยืนสไตล์ ’นาโต่ โมเดล’ วษท. เชียงราย
18 ส.ค. 54 | อ่าน 65139 ครั้ง
ฉลุยยุทธศาสตร์ปฏิรูปคุรุศึกษา
24 พ.ย. 53 | อ่าน 9433 ครั้ง
สพฐ.ยันให้ความเป็นธรรม 727ครู กรณีสนามฟุตซอล
22 ต.ค. 57 | อ่าน 332 ครั้ง
ม.หอการค้าไทยมอบทุน 169 ทุน
19 มี.ค. 57 | อ่าน 507 ครั้ง
มรภ.สส.-อินโดฯ ศึกษาวัฒนธรรม
22 ส.ค. 54 | อ่าน 79988 ครั้ง
เกาะติด "ข้อดี-ข้อด้อย" มหาวิทยาลัย "เปิด-ปิด" ขานรับประชาคมอาเซียน : ยึดประโยชน์เยาวชนไทย
14 มิ.ย. 59 | อ่าน 258 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.