Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เร่งทำ"คู่มือ"มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู




      

เร่งทำคู่มือมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

          ชินวรณ์แย้มหารือขุนคลังจะรวมหนี้ไว้ที่เดียว จาก 4 แหล่งเงินสำคัญ ได้แก่ ธนาคารออมสิน เงินกู้ ช.พ.ค. โครงการพัฒนาชีวิตครู หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เลือกได้เพียง 1 เท่านั้น

          เมื่อวันที่ 6 ก.ย.53 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบว่า จากการหารือร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ ที่ประชุมเห็นว่าจะต้องมีการบูรณาการเพื่อพัฒนาชีวิตครูทั้งระบบ ทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้สิน การส่งเสริมการออม การพัฒนาเครือข่ายชีวิตครูโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการแก้ไขปัญหาให้กับครูที่มีหนี้สินอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งโครงการปล่อยกู้ของกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญคนที่จะเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบจะต้องไม่มีความซ้ำซ้อนของหนี้ และจะมีการส่งเสริมการออมของครูในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งขณะนี้มีเงินออมอยู่กว่า 300,000 ล้านบาท ในอนาคตอาจจะยกระดับให้เป็นธนาคารครูได้ โดยได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (สกสค.) ไปจัดทำคู่มือมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพื่อเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบแล้ว

          ด้านนายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า จะมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อจัดทำคู่มือมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ โดยมีหลักการใหญ่คือ จะรวมหนี้ของครูไว้ที่แหล่งเดียวกันซึ่งจะทำให้ครูมีหนี้เพียงที่ใดที่หนึ่ง อาทิ ธนาคารออมสิน เงินกู้ ช.พ.ค. โครงการพัฒนาชีวิตครู หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งหากครูตัดสินใจเลือกกู้เงินที่ใดที่หนึ่งแล้วห้ามไปก่อหนี้ซ้ำซ้อนอีก โดยจะมีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมีมาตรการในการกำกับดูแลเรื่องปัญหาหนี้สินครู อย่างไรก็ตามช่วงแรก รมว.คลังขอศึกษาตัวเลขจำนวนครูที่เป็นหนี้ในขั้นวิกฤต ซึ่งจากครูที่มีหนี้สินอยู่กว่า 400,000 คน เชื่อว่ามีผู้ที่เป็นหนี้ในขั้นวิกฤตอยู่เพียง 20,000 คน ส่วนที่เหลือก็เป็นหนี้สินที่กู้มาเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรืออื่นๆ ซึ่งยังจะพอช่วยเหลือตัวเองได้

          ขณะที่นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธาน สกสค. กล่าวว่า หากต้องการจะเดินหน้าโครงการ ช.พ.ค.6 ทาง สกสค.ต้องไปหารือกับธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาให้เหลือตามที่ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการคือร้อยละ 5.35 ต่อปี หากทำได้ก็สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ เพราะเป็นอำนาจของบอร์ด ช.พ.ค. โดยไม่ต้องนำเสนอบอร์ด สกสค. เพียงแต่รายงานให้ทราบเท่านั้น ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังระบุว่าเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูของ ศธ. ไม่เป็นไปตามเป้านั้น ตนได้หารือกับนางศิริพร กิจเกื้อกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ว่าที่เลขาธิการ ก.ค.ศ.ซึ่งยอมรับว่าแต่ละปีการปล่อยกู้ไม่บรรลุเป้าหมายมีเงินเหลือจำนวน 400-500 ล้านบาท อาจมีสาเหตุมาจากระเบียบการปล่อยกู้ที่ยุ่งยาก มีวงเงินเพียง 200,000 บาท อาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างเบ็ดเสร็จ ดังนั้นจะมีการนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมามาพิจารณาเพื่อทบทวน หากพบว่าอุปสรรคอยู่ที่ระเบียบก็จะเร่งแก้ไข แต่หากปัญหาอยู่ที่การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ก็จะกวดขันให้การทำงานบรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

          ที่มา: http://www.siamrath.co.th



โพสเมื่อ : 07 ก.ย. 53   อ่าน 13329 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
หนุนอาสาสมัคร สอนภาษาอังกฤษ เพิ่มทักษะให้แก่เด็กและครู
27 ส.ค. 57 | อ่าน 532 ครั้ง
นายกฯ หนุนเลิกเรียนบ่าย 2 "แต่ครูต้องมีคุณภาพมากขึ้น"
31 ส.ค. 58 | อ่าน 684 ครั้ง
แถลงการณ์จุดร่วม ขอคุ้มครองสิทธิผู้ผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่1/2558
04 พ.ค. 58 | อ่าน 250 ครั้ง
นักเรียน 3 พี่น้อง เดินเท้าจากบ้านไป-กลับโรงเรียน กว่า 14 กม.
13 ก.ค. 58 | อ่าน 258 ครั้ง
พัฒนาศูนย์เครือข่าย สมศ.
06 มี.ค. 57 | อ่าน 290 ครั้ง
สพฐ.ยกเครื่องครูสอนวิทย์คณิต จับมือสสวท.ตั้งศูนย์พัฒนาทุกเขตพท. อบรมแม่พิมพ์ ร.ร.’เล็ก-กลาง&rs
19 ธ.ค. 55 | อ่าน 691 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.