Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ย้ำเด็ดขาดห้ามฝากเด็ก’ชินวรณ์’ขึงขัง




      

ย้ำเด็ดขาดห้ามฝากเด็ก'ชินวรณ์'ขึงขัง

          หมายหัว'สมาคม'ศิษย์เก่า-ผู้ปกครองแฉสะพัดรร.หมื่นล.
          รมว.ศธ.ขึงขังสั่งห้ามรับ'เด็กฝาก' ปรามสมาคมผู้ปกครองกก.สถานศึกษา-สมาคมศิษย์เก่าอย่าจุ้น ด้านเครือข่ายผู้ปกครองชี้ผลประโยชน์เยอะ สะพัดหมื่นล.
          นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประชุมสัมมนาเรื่อง การรับนักเรียน ปีการศึกษา2554 ที่ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมท่ามกลางนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้บริหารสถานศึกษา ประมาณ 500 คน เข้าร่วมว่า ปีนี้อยู่ในช่วงการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองและรัฐบาลต้องปฏิรูปประเทศไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่ง ศธ.เป็นกระทรวงในอนาคตที่จะต้องสร้างคน หากไม่เริ่มต้นที่โรงเรียนโดยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนตามความสามารถของผู้เรียนเองแล้ว ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพคงไม่เกิด
          ทั้งนี้ ที่คิดนโยบายรับนักเรียนขึ้นมา โดยห้ามมีเด็กฝาก เพราะต้องการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เนื่องจาก 20 ปีที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยยังอยู่ในระดับที่ไม่ดีและพบความจริงว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในเรื่องต่างๆเช่น การตั้งครรภ์ในวัยเรียน การทะเลาะวิวาทดังนั้น การจะขับเคลื่อนให้มีพลเมืองยุคใหม่ ให้เด็กมีความเป็นพลเมืองดี คิดเป็น ทำเป็น ต้องช่วยกับขับเคลื่อนตรงนี้ และต้องเอาจริงเอาจังกันในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
          ผมอยากเห็นปีการศึกษา 2554 เป็นปีแห่งคุณภาพของของสถานศึกษา คุณภาพของนักเรียน นักเรียนสามารถเรียนตามความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่ความสามารถด้านอื่นหรือของผู้ปกครอง และอยากให้การรับนักเรียนมีการบูรณาการระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยต้องการเห็นเด็กไปเรียนสายอาชีวะมากขึ้น นายชินวรณ์กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวว่า นโยบายการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2554 นั้น ได้เน้นใน5 ด้าน เช่น ให้เปิดรับนักเรียนเพียงรอบเดียวโดยโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ต้องทำแผนการรับนักเรียนอย่างละเอียดว่าจะรับกี่คนและต้องรับตามนั้น จะเปลี่ยนแผนภายหลังไม่ได้ไม่เช่นนั้นจะกลับไปมีปัญหาเหมือนเดิม โดยจะให้มีคณะกรรมการอิสระไปตรวจสอบการรับนักเรียนของโรงเรียนเหล่านี้ว่าเป็นไปตามที่ประกาศรับหรือไม่, ให้นักเรียนระบุในใบสมัครสอบเข้าเรียนใน 4 โรงเรียน หากไม่ได้ต้องไปเรียนยังโรงเรียนเอกชน หรือสถานศึกษาอาชีวะ,กระบวนการรับนักเรียนจะมีคณะกรรมการติดตามตรวจสอบ ต่างจากปีที่ผ่านมาที่จะตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้ตรวจราชการ ศธ.ไปตรวจสอบ ทำให้เมื่อถึงเวลาเปิดเรียน บางโรงเรียนมีนักเรียน 50-70 คนต่อห้อง ซึ่งตนจะติดตามกับองค์กรที่รับผิดชอบโดยตรง ศธ. ภาคเอกชน และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ
          สำหรับสมาคมผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา สมาคมศิษย์เก่า และสมาคมอื่นๆ จะต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับนักเรียน โดยเฉพาะสมาคมผู้ปกครอง ไม่มีหน้าที่เข้าไปนั่งในห้องรับสมัครนักเรียน แล้วให้ผู้ปกครองกรอกตัวเลขบริจาคเพื่อให้ลูกหลานได้เข้าเรียน ทั้งนี้ จะต้องไม่มีโควต้าฝากเด็กเข้าเรียนให้กับสมาคมผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา สมาคมศิษย์เก่า และสมาคมอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่มีในโรงเรียนรัฐบาล เพราะเจตนารมณ์ของการจัดตั้งสมาคมเหล่านี้เพื่อช่วยระดมทุนให้แก่โรงเรียน ไม่ใช่เพื่อรับนักเรียนนายชินวรณ์กล่าว
          นายชินวรณ์กล่าวว่า สำหรับการระดมทรัพยากรนั้น ยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนดังที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดมทรัพยากรได้ โดยโรงเรียนต้องอธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจในเรื่องการบริจาคด้วย คิดว่าสัดส่วนการรับบริจาคน่าจะประมาณ 70% ของนักเรียน โดยจะต้องไม่บังคับและการระดมทรัพยากรต้องทำหลังจากรับนักเรียนแล้ว  อย่างไรก็ตาม คิดว่านโยบายรับนักเรียนในปีนี้จะทำให้เด็กเก่งกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ เพราะเด็กเก่งอาจไปเรียนในโรงเรียนใกล้บ้านมากกว่าเรียนในโรงเรียนดังๆ ทั้งนี้ ได้คำนวณประชากรวัยเรียนทั่วประเทศแล้ว ยังมีห้องเรียนระดับมัธยมศึกษาว่างจำนวนมาก แต่อาจจะมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 เดิม ที่มีโรงเรียนดังมาก เด็กอาจจะล้น จึงมอบให้ไปเร่งทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม นโยบายการรับนักเรียนนั้น คงทำคนเดียวคงไม่สำเร็จ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียน
          ขณะที่นายบัญชา เพชรอุดมศาสตร์ ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนนวมินทราชูทิศกรุงเทพมหานคร บดินทรเดชา 2 กล่าวว่า การระดมทรัพยากรมีปัญหาทุกปี อย่างปีการศึกษา2553 ที่ผ่านมา เมื่อมีกระแสเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพเข้ามา ทำให้โรงเรียนมีปัญหาในการขอระดมทุน ทั้งนี้ เป้าหมายจริงในทางปฏิบัติของการขอระดมทุนจากผู้ปกครอง น่าจะอยู่ที่60% ซึ่งตนห่วงว่าผู้ปกครองอาจจะไม่ให้ความร่วมมือมากนัก เพราะทุกครั้งที่เรียกประชุมผู้ปกครอง ทุกคนจะกลัวการระดมทุนมาก จึงอยากให้ ศธ.ประชาสัมพันธ์เรื่องการระดมทุนให้แก่โรงเรียนด้วย
          นายคมเทพ ประภายนต์ ภาคีเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา กล่าวว่า นโยบายรับนักเรียนปี 2554 เป็นนโยบายที่ดีเพราะหลายปีที่ผ่านมา การรับนักเรียนมีธุรกรรมทางการเงินมหาศาล ปีละกว่าหมื่นล้านบาท
          ปีนี้จะปลอดเด็กฝากได้ 100% หรือไม่นั้นคงต้องคอยดูกันต่อไป เพราะมีกลุ่มที่เสียผลประโยชน์เยอะ และอาจจะหาช่องทางต่างๆ ได้แต่เครือข่ายผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาก็เป็นตัวจักรสำคัญในการช่วยให้การรับนักเรียนโปร่งใส ชัดเจน เชื่อว่าน่าจะทำให้ปัญหาการฝากเด็กลดน้อยลง นายคมเทพกล่าว
          นายนิพนธ์ ศิริโฉม กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา กล่าวว่า  เป็นครูมากว่า 30 ปี และได้มาเป็นกรรมการสถานศึกษา เห็นว่าแนวทางการรับนักเรียนในคราวนี้หากทำได้ก็เป็นเรื่องดี แต่การฝากเด็กเข้าเรียนอยู่คู่กับประเทศไทยมานานแล้ว และคนที่ฝากมากที่สุดคือ นักการเมือง ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหานี้ต้องให้นักการเมืองมาคุยกันก่อนด้วย ซึ่งเชื่อว่าปัญหาจะเกิดขึ้นหลังจากการรับเด็ก เพราะผู้ปกครองที่ตั้งความหวังไว้สูง หากลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงไม่ได้ ก็จะวิ่งเต้นหาเส้นสายหาทางบริจาคอีก
          นางสุมน พิมพ์เงิน คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนโฆสิตสโมสร กล่าวว่า การให้เด็กเลือกได้4 โรงเรียน ทำให้มั่นใจว่าจะมีที่เรียนแน่นอน เด็กจะไม่เคว้งคว้าง ส่วนเรื่องไม่มีเด็กฝากนั้น คงเป็นไปได้ยาก อาจจะทำได้ประมาณ 80% ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง ในอนาคตถ้าสังคมยอมรับ อาจจะทำได้ 100%  จึงขอสนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่
          ร.ท.โอภาส สุขสุชีพ รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนศึกษานารี กล่าวว่า ทำอย่างไรที่จะให้นโยบายดีๆ เหล่านี้ ปฏิบัติได้อย่างยาวนาน เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาส่วนเรื่องโรงเรียนคู่พัฒนาโรงเรียนดังที่จะให้เป็นทางเลือกแก่นักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้านั้น ต้องดูว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงกันหรือไม่เพราะปัจจุบันโรงเรียนคู่พัฒนาจะอยู่ไกลจากโรงเรียนดังมาก จึงเป็นปัญหาทำให้ผู้ปกครองไม่ให้ลูกหลานไปเรียน
          นายสมบูรณ์ สิทธิบูรณะ เครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพลีลา กรุงเทพฯ กล่าวว่า ไม่ขัดข้องกับนโยบายของ ศธ.การจะห้ามไม่ให้สมาคมผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษา ฝากเด็กเข้ามาเรียนนั้น ในทางปฏิบัติอาจจะทำให้ลำบากใจ แต่เมื่อเป็นนโยบายออกมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ซึ่งจะต้องเร่งทำความเข้าใจกับสมาคมผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษา

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 23 ธ.ค. 53   อ่าน 7918 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
การดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
06 ก.ค. 59 | อ่าน 729 ครั้ง
ทปอ.สรุปหลักการ "ทีแคส" รายงานนายกฯ
26 มิ.ย. 60 | อ่าน 506 ครั้ง
มบส.เห็นชอบไกล่เกลี่ย’สภาเทคนิคฯ’
27 มิ.ย. 54 | อ่าน 88235 ครั้ง
เด็กไทยคว้าทองฟิสิกส์โอลิมปิก
16 ก.ค. 56 | อ่าน 704 ครั้ง
พงศ์เทพสั่งทำหลักสูตร ปลูกฝังปชต. หวังเด็กยุคใหม่อยู่สันติ ชงครม.ตั้งที่ปรึกษาลุย บช.น.ร่วมศธ.แก้หนี
12 พ.ย. 55 | อ่าน 1025 ครั้ง
ยุบร.ร.ขนาดเล็ก เน้นบริหารไม่ใช่นร.
23 พ.ค. 56 | อ่าน 1549 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.