Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


หนุนลูกคนรวยเข้าร.ร.ดังฟื้น’แป๊ะเจี๊ยะ’! ไอเดีย’วรวัจน์’ชี้สกัดยากให้คูปองนร




      

หนุนลูกคนรวยเข้าร.ร.ดังฟื้น'แป๊ะเจี๊ยะ'! ไอเดีย'วรวัจน์'ชี้สกัดยากให้คูปองนร.ช็อปอุปกรณ์

          'วรวัจน์'ไอเดียกระฉูด แจกคูปองให้นักเรียนเลือกช็อปโรงเรียน-อุปกรณ์เรียนตามความพอใจ แทนที่จะให้ร.ร.เป็นผู้เลือกเหมือนเดิม เล็งเปิดช่องคนรวยจ่าย'แป๊ะเจี๊ยะ'เข้าสถานศึกษาดัง
          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 กันยายนว่า ตนได้มอบหมายให้นายชินภัทรภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปศึกษารูปแบบความต้องการปัจจัยพื้นฐานที่ใช้ในการเรียนที่เป็นความต้องการของนักเรียน และผู้ปกครองอย่างแท้จริง เช่น ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียนกระเป๋า อุปกรณ์การเรียนต่างๆ โดยต่อไปอาจจะออกเป็นคูปองสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์ต่างๆแทนการแจกเงินให้นักเรียนไปซื้อ เพื่อให้นักเรียนได้เลือกสิ่งที่อยากได้ให้ตรงตามความต้องการ รวมถึงการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวให้กับนักเรียน แทนที่จะแจกให้โรงเรียนโดยตรงก็จะแจกเป็นคูปองให้กับเด็ก ซึ่งเด็กสามารถนำคูปองไปเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนที่ต้องการได้อีกด้วย
          ที่ผ่านมา ศธ.แจกสิ่งของต่างๆ ให้ โดยไม่ได้ดูว่าเด็กต้องการจริงหรือไม่ เช่น คนที่มีฐานะอาจไม่อยากได้ชุดนักเรียน หรือรองเท้าที่แจกให้ เพราะสามารถซื้อได้ดีกว่า ฉะนั้น หากฐานะอาจไม่อยากได้ชุดนักเรียน หรือรองเท้าที่แจกให้ เพราะสามารถซื้อได้ดีกว่า ฉะนั้น หากแจกเป็นคูปองนักเรียนจะเลือกซื้อในสิ่งที่ต้องการได้ ส่วนคนที่มีฐานะดีก็อาจจะไม่ใช้คูปอง เท่ากับรัฐบาลไม่ต้องเสียเงินให้กับผู้ที่ไม่จำเป็น และยังนำงบประมาณที่เหลือไปช่วยเฉพาะคนที่ต้องการจริงๆ ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพดีขึ้น และต่อไปนี้เด็กแต่ละคนจะรู้ว่าตัวเขามีเงินติดตัวเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาอยู่เท่าไหร่ และเขามีสิทธิที่จะเลือกโรงเรียนไม่ใช่ให้โรงเรียนมาเลือกเด็ก นายวรวัจน์กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าหากใครมีฐานะดีก็มีสิทธิที่จะเลือกโรงเรียนที่ดีๆ ให้กับลูกหลานได้ ดังนั้น ต่อไปหากผู้ปกครองคนใดอยากสนับสนุนโรงเรียน ก็สามารถทำได้ เพราะในความเป็นจริงต้องถามกลับไปว่า ศธ.สามารถปิดกั้นเรื่องแป๊ะเจี๊ยะได้จริงหรือไม่ ถ้าปิดกั้นไม่ได้ ก็ต้องคิดนอกกรอบเพื่อที่จะพัฒนาโรงเรียนที่อยู่รอบนอกให้มีคุณภาพมากขึ้น และให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิได้เรียนอย่างมีคุณภาพ ฉะนั้น ใครที่มีฐานะดีอยากจะให้ลูกเข้าโรงเรียนดัง และพร้อมจะสนับสนุนโรงเรียนก็ทำได้เต็มที่
          ด้านนายชินภัทรกล่าวกรณีที่นายวรวัจน์มีแนวคิดจะให้ลอยตัวค่าเล่าเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ให้เก็บค่าเล่าเรียนได้โดยไม่กำหนดเพดาน โดยไม่ขอรับเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐว่า ความจริงแนวคิดนี้สอดคล้องกับโครงการโรงเรียนศักยภาพสูง หรือที่เรียกว่าโรงเรียนระดับ Premium School ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กำลังดำเนินการอยู่ เพราะต้องการให้โรงเรียนที่มีศักยภาพสูงยืนด้วยลำแข้งของตนเอง มีการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับความจำเป็น และความต้องการของผู้ปกครองซึ่งในเดือนกันยายนนี้ สพฐ.จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการที่ สพฐ.จะผ่อนคลายกฎระเบียบให้โรงเรียนในกลุ่มดังกล่าวมีความ
          คล่องตัวในการบริหารจัดการ เช่น การบริหารงบประมาณ บุคลากร เป็นต้น โดยโรงเรียนกลุ่มนี้จะสามารถขยายห้องเรียนพิเศษได้มากขึ้น
          การลอยตัวค่าเล่าเรียนทั้งหมดนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะนักเรียนมีสถานะที่แตกต่างกัน และต้องให้เวลาผู้ปกครองได้ปรับตัว เพราะการจะลอยตัวค่าเล่าเรียนทั้งหมด นักเรียนและผู้ปกครองต้องพร้อม
          ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องรอฟังนโยบายและความชัดเจนจากนายวรวัจน์อีกครั้ง นายและความชัดเจนจากนายวรวัจน์อีกครั้ง นายชินภัทรกล่าว
          ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายของนายวรวัจน์ที่จะให้ลอยตัวค่าเล่าเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง เพราะบริบทของโรงเรียนเหล่านี้จะแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป ทั้งยังมีภารกิจของโรงเรียนจำนวนมากที่ต้องสนองนโยบายรัฐบาลในโครงการต่างๆรวมทั้ง การสร้างคุณภาพผู้เรียนให้สูง สิ่งเหล่านี้ทำให้โรงเรียนต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากต่อเดือนต่อปี ทั้งงบประมาณและเงินอุดหนุนรายหัวที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล ย่อมไม่เพียงพอแน่นอน เพราะปีๆ หนึ่งโรงเรียนมีค่าใช้จ่ายสูงกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ การอบรมสัมมนา และการส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการ และกีฬา เป็นต้น
          ถ้ารัฐบาลจะให้ลอยตัวค่าเล่าเรียนก็เป็นสิ่งดี แต่ก็ควรมีระบบกำกับติดตามจาก ศธ.อีกทั้งต้องมีกรอบกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ที่สำคัญเมื่อลอยตัวแล้วจะต้องให้เด็กทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เฉพาะลูกหลานของคนที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดิมกล่าว
          ด้านนางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) กล่าวกรณีกระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 13 กันยายน พิจารณาการปรับรายได้ให้กับบุคลากรภาครัฐทั้งระบบที่มีวุฒิปริญญาตรี ให้มีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 15,000 บาท โดยระยะสั้นจะจ่ายเป็นเงินค่าครองชีพ
          ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ส่วนการปรับโครงสร้างฐานเงินเดือนคาดว่าจะเริ่มวันที่ 1 เมษายน 2555 ว่า สำนักงานก.ค.ศ.คงไม่ต้องไปกำหนดเกณฑ์อะไรอีกเพราะต้องยึดแนวทางกระทรวงการคลังและเมื่อ ครม.มีมติเห็นชอบแล้ว จะแจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบ เพื่อดำเนินการโดยหน่วยงานของ ศธ.ในแต่ละองค์กรหลักได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้แล้ว
          นายชินภัทรกล่าวเรื่องเดียวกันนี้ว่า เมื่อเป็นนโยบายและเป็นมติ ครม.แล้ว ทาง สพฐ.ก็ต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่จะออกมาเพื่อปรับเงินค่าครองชีพให้กับบุคลากรในสังกัดสพฐ. เช่นเดียวกับบุคลากรภาครัฐทั่วไป
          ด้านนายนิพนธ์ ชื่นตา ประธานที่ปรึกษาสหภาพครูแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ปล่อยเงินกู้สวัสดิการสมาชิกกองทุนการภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ปล่อยเงินกู้สวัสดิการสมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) โครงการใหม่ วงเงินให้กู้สูงสุด 3 ล้านบาทว่า การปล่อยกู้โครงการช.พ.ค.เพื่อให้ครูนำไปใช้หนี้สิน ก็ดีระดับหนึ่งแต่ก็ควรมีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วย โดยต้องสร้างความตระหนักในการใช้เงินให้กับเพื่อนครู
          สมาชิก ช.พ.ค.คนหนึ่ง กล่าวว่า การปล่อยกู้โครงการ ช.พ.ค.ถือว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกครูที่มีความเดือดร้อน หรือมีความจำเป็นจริงๆ ในการใช้เงิน เช่น นำเงินไปปลดเปลื้องหนี้สิน หรือนำไปใช้จ่ายกรณีที่
          จำเป็นในครอบครัว อย่างการสร้างบ้าน แต่กรณีของสมาชิกที่ต้องการกู้โดยไม่มีความจำเป็น หรือนำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็จะ
          ทำให้เกิดหนี้สินได้ง่าย ดังนั้น ทาง สกสค.ควรต้องกำหนดเงื่อนไขให้รัดกุม เช่น ในกรณีเป็นสมาชิก 1 ปี ก็กู้ได้ เกรงจะจูงใจให้ครูที่บรรจุใหม่ๆ ก่อหนี้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตนคงไม่ไปกู้ เพราะคงส่งชำระไม่ไหวและไม่อยากมีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกจำนวนมากยื่นกู้โครงการนี้ โดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน เพื่อนำไปใช้หนี้สินต่างๆ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 12 ก.ย. 54   อ่าน 39318 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เสมา 1 ต้องเซ็นอนุมัติสอนนอกที่ตั้ง สกอ.ชงร่างเงื่อนไขคุมคุณภาพ - ทบทวนป.ตรีต่อเนื่อง
10 ก.ค. 55 | อ่าน 856 ครั้ง
ร้อง!ครูลวนลามศิษย์เพศเดียวกันมากขึ้นอ.ก.ค.ศ.ด้านวินัย จี้ผอ.สอดส่อง/โทษไล่ออก-ริบใบวิชาชีพ
11 มิ.ย. 56 | อ่าน 484 ครั้ง
ร.ร.เอกชนเฮกม.ใหม่เว้นภาษีที่ดิน’ครู-ลูกจ้าง’6หมื่นใช้สิทธิประกันสังคมได้ เลิกกองทุนโรงเ
01 ก.ค. 54 | อ่าน 77883 ครั้ง
สพฐ.จัดชุมนุมลูกเสืออาเซียน
11 มิ.ย. 56 | อ่าน 794 ครั้ง
ศธ.ค้านเปิดเทอมตรงสากลร.ร.โคราชคึกคักสปีกอิงลิช
27 ธ.ค. 54 | อ่าน 93629 ครั้ง
สพฐ.สรรหาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
12 พ.ย. 55 | อ่าน 908 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.