Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สอบเข้า ’ม.1’ คัดในพื้นที่ 50% ’ม.4’ รับจากโรงเรียนเก่า80%




      

สอบเข้า 'ม.1' คัดในพื้นที่ 50% 'ม.4' รับจากโรงเรียนเก่า80%

          สพฐ.ประกาศเกณฑ์รับ ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษาหน้าให้ ร.ร.ดังสอบคัดเลือก'ม.1'ไม่เกิน 50% แต่ให้รับรอบเดียว อีก 50% รับในเขตพื้นที่ ส่วน'ม.4'ให้รับ'ม.3'จากร.ร.เดิม 80% ใช้คะแนนเฉลี่ย-โอเน็ต-คุณความดี ส่วน20% รับทั่วไป มอบ กก.รับนักเรียนเขตพื้นที่ฯวางมาตรการป้องกัน'เด็กฝาก-แป๊ะเจี๊ยะ'
          เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เรื่องนโยบายและแนวปฏบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2554 โดยการรับนักเรียนในชั้น ม.1 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สำรวจรายชื่อนักเรียนที่อยู่ในชั้น ป.6 ภายในเขตพื้นที่ฯ และจำนวนรับนักเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนทุกสังกัดจะประกาศรับในปีการศึกษา 2554 เสนอต่อเขตพื้นที่ฯเพื่อจัดหาที่เรียนให้นักเรียนทุกคนในเขตพื้นที่ฯโดยคำนึงถึงหลักการที่ให้เด็กเรียนใกล้บ้าน และให้โรงเรียนประกาศชื่อโดยไม่มีการคัดเลือก โดยให้โรงเรียนกำหนดเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนสัดส่วนจำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่จะเปิดโอกาสให้จับสลาก พร้อมสัดส่วนจำนวนนักเรียนที่จะรับจากการคัดเลือก ทั้งนี้ ต้องเสนอสัดส่วนและวิธีการต่อคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียน และคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมฯ และคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมฯ เห็นชอบ
          นายชินภัทรกล่าวว่า โรงเรียนทั่วไปให้รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่มาสมัครเข้าเรียนทุกคน ถ้ายังไม่เต็ม ให้รับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ กรณีผู้สมัครเกินจำนวนรับได้ ให้ใช้วิธีจับสลาก สำหรับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ให้กำหนดสัดส่วน 50 : 50 คือรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หากมีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการไม่ถึง ให้นำสัดส่วนที่เหลือไปรับนักเรียนได้ตามความเหมาะสม โดยใช้วิธีจับสลาก กรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบให้สอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เสนอร้อยละของการสอบคัดเลือก โดยขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเขตพื้นที่ฯทั้งนี้ ต้องมีโรงเรียนคู่พัฒนา โรงเรียนเครือข่ายโรงเรียนดีประจำตำบล และโรงเรียนดีประจำอำเภอรองรับนักเรียนที่สอบคัดเลือกไม่ได้อย่างเพียงพอ ส่วนอีกร้อยละ 50 ให้รับนักเรียนทั่วไปโดยคัดเลือกจากการสอบ หรือการประเมินผลผู้เรียนด้วยวิธีการอื่นตามที่โรงเรียนกำหนดในกรณีที่รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้รวมอยู่ในการรับนักเรียนทั่วไป แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 5
          ส่วนการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ที่อาจมีหลายกรณี เช่น ข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียนผู้ด้อยโอกาส หรือประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ดูแลเป็นพิเศษ เป็นต้น ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษพร้อมประกาศหลักเกณฑ์ทั้งก่อนและหลังการพิจารณาให้สาธารณชนทราบ เมื่อกลั่นกรองแล้วให้ประกาศรายชื่อนักเรียนด้วย นายชินภัทรกล่าว
          นายชินภัทรกล่าวว่า ส่วนการรับนักเรียน ของโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ให้รับรอบเดียวตามแผนการรับนักเรียน ปีการศึกษา2554 เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพโรงเรียนให้ใกล้เคียงกัน กรณีที่มีการสอบคัดเลือกชั้น ม.1 ให้โรงเรียนออกข้อสอบอยู่ในกรอบเนื้อหาของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานป.3-ป.6 ใน 4 วิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และสังคมศึกษา โดยมีความยากง่ายที่เด็กทั่วไปทำได้โดยไม่ต้องกวดวิชา และให้ประกาศผลการคัดเลือกเรียงตามลำดับคะแนน โดยโรงเรียนต้องควบคุมการสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และยุติธรรมทั้งนี้ ในการสมัครให้นักเรียนระบุชื่อโรงเรียนที่ประสงค์จะเข้าเรียนสำรองไว้ในกรณีที่พลาดการสอบ หรือจับสลาก ให้กลับไปเรียนในโรงเรียนที่ได้รับการประกาศรายชื่อในการจัดสรรโอกาสเข้าเรียน หรือเสนอชื่อให้ สพป.และ สพม.จัดหาที่เรียนให้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ผูกพันที่ต้องจัดหาที่เรียนเฉพาะในโรงเรียนที่พึงประสงค์
          การรับนักเรียนในชั้น ม.4 ในส่วนของโรงเรียนที่เปิดสอนทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลายให้รับนักเรียน ม.4 จากนักเรียนที่จบ ม.3 เดิม ที่มีศักยภาพเหมาะสมเข้าเรียน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ80 โดยคณะกรรมการเขตพื้นที่ฯกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม เช่น พิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) คุณความดี และเปิดโอกาสให้รับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนตามสัดส่วนที่คณะกรรมการเขตพื้นที่ฯกำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนการรับนักเรียน กรณีรับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนให้ใช้วิธีสอบคัดเลือก โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน หรือใช้คะแนนโอเน็ต ส่วนโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะมัธยมปลาย ให้รับนักเรียนโดยการสอบคัดเลือกจากนักเรียนทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน และนักเรียนโควต้าไม่เกินร้อยละ 20 ทั้งนี้ ได้กำหนดจำนวนการรับนักเรียนต่อห้องในชั้น ม.1 และ ม.4 ห้องละ 40 คน หากมีความจำเป็นรับได้ไม่เกินห้องละ 50 คน โดยเสนอสพป.และ สพม.อนุมัติ นายชินภัทรกล่าว
          นายชินภัทรกล่าวว่า สำหรับปฏิทินการรับนักเรียนมีดังนี้ ให้ สพป.และ สพม.ประกาศรายชื่อโรงเรียน พร้อมสัดส่วนการรับนักเรียนภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ประกาศผลการจัดสรรที่เรียนชั้น ม.1 วันที่ 10 มีนาคมนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ แบ่งเป็นสอบคัดเลือก รับสมัครวันที่ 12-16 มีนาคม สอบคัดเลือกวันที่ 19 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 22 มีนาคม มอบตัววันที่ 2 เมษายนและจับสลาก รับสมัครวันที่ 12-16 มีนาคม จับสลากพร้อมประกาศผลและรายงานตัววันที่ 27 มีนาคม มอบตัววันที่ 2 เมษายน, นักเรียนทั่วไปที่ใช้คะแนนสอบ หรือผลประเมินตามที่โรงเรียนกำหนด รับสมัครวันที่ 1-16 มีนาคม สอบคัดเลือกวันที่ 19 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 22 มีนาคม มอบตัววันที่ 2 เมษายนนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ รับสมัครวันที่12-13 มีนาคม คัดเลือกวันที่ 14 มีนาคมประกาศผลและรายงานตัววันที่ 15 มีนาคมมอบตัววันที่ 2 เมษายน นักเรียนที่มีความประสงค์จะให้ สพป.และ สพม.จัดหาที่เรียนให้รับสมัครวันที่ 3-4 เมษายน ประกาศผลวันที่ 7 เมษายน รายงานตัววันที่ 8 เมษายน ประกาศการจัดหาที่เรียนให้นักเรียนในเขตพื้นที่ฯ ทุกคนอีกครั้งวันที่ 16 พฤษภาคม
          นายชินภัทรกล่าวต่อว่า ส่วนชั้น ม.4 โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลายนักเรียนที่จบชั้น ม.3 เดิม การรับสมัครและประกาศผลให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนดรายงานตัววันที่ 27 มีนาคม มอบตัววันที่ 3 เมษายน นักเรียนที่จบชั้น ม.3 จากโรงเรียนอื่นและโรงเรียนเดิม ในส่วนของการสอบคัดเลือกรับสมัครวันที่ 12-16 มีนาคม สอบคัดเลือกวันที่ 20 มีนาคม ประกาศผลวันที่ 23 มีนาคมรายงานตัววันที่ 27 มีนาคม มอบตัววันที่ 3 เมษายน ในส่วนของคะแนนโอเน็ต หรือคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมปลาย รับสมัครวันที่ 23-27 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 29 มีนาคม มอบตัววันที่ 3 เมษายน
          นายชินภัทรกล่าวว่า ส่วนโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะมัธยมปลาย สอบคัดเลือก รับสมัครวันที่ 12-16 มีนาคม สอบคัดเลือกวันที่ 20 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 23 มีนาคม มอบตัววันที่ 3 เมษายน นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ รับสมัครวันที่ 12-13 มีนาคม คัดเลือกวันที่ 14 มีนาคม ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 15 มีนาคม มอบตัววันที่ 3 เมษายน
          สำหรับเรื่องเด็กฝาก สพฐ.คงไม่จำเป็นต้องทำหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนเป็นพิเศษ เพราะนโยบายและแนวปฏิบัติชัดเจนแล้ว โดยกำหนดให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่ฯกำหนดมาตรการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดเด็กฝาก และการรับเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับนักเรียนเข้าเรียน รวมทั้งการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ต้องมีเหตุผลและอธิบายสาธารณชนได้ ทั้งนี้ ให้รายงาน สพฐ.ทราบภายใน 15 วัน หลังสิ้นสุดการรับสมัคร ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการรับนักเรียน ให้เสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่ฯพิจารณา และมีอำนาจตัดสินปัญหาดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่กำหนดให้เป็นอำนาจของ สพฐ. ส่วนแผนการรับนักเรียนนั้น สพฐ.ขอประชุมปฏิบัติการร่วมกับเขตพื้นที่ฯก่อน จากนั้นจะประกาศให้ทราบโดยเร็วเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

          --มติชน ฉบับวันที่ 16 ธ.ค. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 15 ธ.ค. 53   อ่าน 24499 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ทุนเรียนฟรี: โอเปกเพื่อการพัฒนา
14 มี.ค. 57 | อ่าน 650 ครั้ง
สพฐ.สร้างคุณธรรมเด็ก-เยาวชน
18 ส.ค. 57 | อ่าน 433 ครั้ง
สมศ.ตั้งเกณฑ์ใหม่ประเมินมหา’ลัย
02 มี.ค. 54 | อ่าน 10614 ครั้ง
ศูนย์ความรู้กินได้ ห้องสมุดแนวใหม่
21 เม.ย. 54 | อ่าน 45899 ครั้ง
เงินเดือนข้าราชการครูยุคใหม่ รายได้เฉียดแสน
16 ธ.ค. 57 | อ่าน 724 ครั้ง
4 วันสมัครแอดมิสชั่นส์แค่ 4.9 หมื่น สอท.จี้จ่ายเงินหลังยอดชำระน้อย
19 มิ.ย. 57 | อ่าน 465 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.