Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.สนอง "วรวัจน์" เบนเข็มการศึกษาเพื่ออาชีพ




      

สพฐ.สนอง วรวัจน์ เบนเข็มการศึกษาเพื่ออาชีพ

          นิยามการศึกษาใหม่..เปลี่ยนลู่วิ่งเข้ามหา'ลัย เป็นลู่ทางหลากหลายอาชีพสร้างตัวผู้ประกอบการเอง
          นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการประชุมผู้บริหารโรงเรียนในฝันทั่วประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกือบทุกประเทศทั่วโลกมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรวมถึงประเทศไทย แต่การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย 12 ปี พบว่ามีลักษณะของการขาดพลังไม่ถึงเป้าหมายที่พึงประสงค์ ยังไม่ถึงแก่นทำได้แค่เพียงเปลือก โดยมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นพิมพ์เขียวในการสร้างบ้าน ซึ่งมี 9 หมวดและต้องทำทุกเรื่อง และก็พิสูจน์แล้วว่าการใช้กฎหมายเป็นตัวปฏิรูปไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่การมีโรงเรียนในฝัน เป็นสิ่งที่สามารถชี้ให้เห็นได้ว่า สิ่งที่ขาดหายไปในการปฏิรูปการศึกษา คือ จิตวิญญาณ เพราะการปฏิรูปการศึกษาไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยการสั่งการและการใช้กฎหมายเป็นตัวเดิน แต่ต้องใช้จิตวิญญาณ ซึ่งคือโรงเรียนเป็นตัวเดิน เพราะแต่ละโรงเรียนจะมีแนวทางไปตามบริบทที่แตกต่างกัน ไม่มีสูตรตายตัว
          เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากการรับฟังความคิดของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ นับว่าเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาเป็นการมองการศึกษาเพื่อการศึกษา ที่มุ่งให้โอกาสและประเมินผลสำฤทธิ์ทางการเรียนไปที่จำนวนปีเฉลี่ยและอัตราการเข้าเรียน ซึ่งเป็นการกำหนดโดยกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อแบ่งชนชั้นของประเทศ ซึ่งเราก็ไปวิ่งตามโดยไม่ดูตัวเองโดยไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพ จึงส่งผลต่อคุณภาพทางการศึกษาอย่างที่เห็น แต่ต่อจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายทำการศึกษาเพื่ออาชีพ ซึ่งจะไม่คำนึงถึงจำนวนปี อัตราการเข้าเรียน แต่จะมุ่งไปที่คุณภาพการศึกษา เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการกำหนดนิยามคุณภาพการศึกษากันใหม่ ไม่ใช่ยึดติดกับปริมาณมากจนเกินไป
          ต่อไปจะต้องมองการศึกษาออกไปไกลกว่าการศึกษาในโรงเรียน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ บอกว่าวัดจากผู้ที่จบการศึกษาแล้วมีงานทำ ซึ่งสอดคล้องกับที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ระบุว่าต้องให้ผู้ที่จบการศึกษา มีที่ยืนหรือมีงานทำ ไม่ใช่มีลู่วิ่งลู่เดียว คือมุ่งเข้าสู่มหาวิทยาลัยอย่างเดียว เพราะฉะนั้นอนาคตเด็กไทย จะต้องปรับเปลี่ยนต้องส่งเสริมให้เด็กได้คิดนอกกรอบ เพื่อให้เห็นช่องทางอาชีพที่หลากหลาย และต้องส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้ประกอบการเองนายชินภัทร กล่าว

          ที่มา: http://www.siamrath.co.th



โพสเมื่อ : 30 ส.ค. 54   อ่าน 44955 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
แบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยประเมินคุณภาพ
14 ส.ค. 57 | อ่าน 420 ครั้ง
สมัชชาฯชงสอนเพศศึกษาอนุบาล
19 ธ.ค. 53 | อ่าน 9024 ครั้ง
ประกาศรายชื่อหนังสืออ่านนอกเวลาและหนังสือแนะนำควรอ่านเพิ่มเติม วิชาประวัติศาสตร์ไทยและหน้าที่พลเมือง
31 ต.ค. 57 | อ่าน 508 ครั้ง
ขึ้น 2 บัญชีผู้สอบได้ครูผู้ช่วยปี 58
13 พ.ค. 59 | อ่าน 421 ครั้ง
ปี 58 เพิ่มโรงเรียน”เรียนร่วม” 112 แห่ง
06 พ.ค. 57 | อ่าน 1270 ครั้ง
ประกาศผลม.1 สพม.เขต 2 ล้น 5.6 พัน เล็งเกลี่ยลงโรงเรียน’สหวิทยาเขต-สหกิจศึกษา’ แนะพ่อแม่อ
28 มี.ค. 56 | อ่าน 534 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.