Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: การศึกษา: สอน ’ประวัติศาสตร์’ แนวใหม่เด็กเรียนสนุก-ปลุกการใช้เหตุผล




      

คอลัมน์: การศึกษา: สอน 'ประวัติศาสตร์' แนวใหม่เด็กเรียนสนุก-ปลุกการใช้เหตุผล

 

ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
          แม้การเรียนวิชาหลักๆ อย่างภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ฟิสิกส์ จะมีความสำคัญในระบบการศึกษาของเด็กไทย แต่วิชา ประวัติศาสตร์ที่ถือเป็นวิชาที่สอนให้เด็กรู้ถึงรากเหง้าของความเป็นไทย ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
          เพราะเป็นวิชาที่ ปลูกฝัง ให้เยาวชนมองเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์ เกิดความรัก และภูมิใจในประเทศ
          เพื่อเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้เยาวชนที่เป็นอนาคตสำคัญของชาติ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยอย่างจริงจัง เพราะหากคนไทยไม่รู้ความเป็นมาของชาติแล้วก็ยากที่จะเกิดความสามัคคีขึ้นได้
          มูลนิธิร่มฉัตรและกองทุนเพื่อการจัดการพระมหามณฑปสู่มาตรฐานโลก จัดเสวนาเรื่อง ประวัติศาสตร์สู่การรักชาติในประเด็นเรื่องความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์ ที่นำเยาวชนไปสู่การรักชาติได้
          คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงการสร้างพื้นฐานความรักชาติอย่างถูกต้องและเหมาะสมว่า ประเด็นเรื่องการรักชาตินั้นจะเกิดได้ต้องทำให้คนในชาติมีความรู้สึกผูกพันกันเป็นชีวิตเดียวกัน ร่วมสุขและทุกข์กัน เช่น เกิดเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้ พอเราเห็นคนไทยไปช่วยกัน ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกรักชาติ รู้สึกร่วมกัน
          นอกจากนั้น จะต้องทำให้ทุกคนมีจิตสำนึกว่าที่ชาติไทยดำรงอยู่ได้เป็นความเสียสละของบรรพบุรุษและคนอื่นๆ อีกมากมาย และต้องทำให้
          เกิดจิตสำนึกว่าชาติไทยจะอยู่ได้ต้องคนไทยเท่านั้นที่ช่วยกันเพราะฉะนั้น การสอนประวัติศาสตร์ต้องตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านี้ จึงจะทำให้ผู้เรียนประวัติศาสตร์เกิดความรู้สึกรักชาติได้
          คุณหญิงกษมา บอกอีกว่าที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ก็ใช้ประวัติศาสตร์ในการหล่อหลอมสร้างความรักชาติ แต่ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปมากมีความหลากหลาย มีความเป็นพหุสังคมมากขึ้น การเรียนประวัติศาสตร์ก็จะต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จะปลูกฝังความรักชาติโดยอาศัยกระแสหลักคงไม่พอแล้ว เพราะมีสื่อต่างๆ มากมายที่นำเสนอข้อมูลที่แตกต่างอยู่ตลอดเวลา
          หากลูกหลานไทยไม่สามารถไตร่ตรอง วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้ การจะทำให้เกิดความรักชาติจะทำได้ยาก เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่นักวิชาการและประวัติศาสตร์จะต้องมาคิดร่วมกันถึงแนวทางการสอนประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน
          การสอนประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ อาจทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้
          คุณหญิงกษมา ยังแนะนำถึงวิธีการการสอนประวัติศาสตร์แก่เยาวชนว่า การเรียนการสอนประวัติศาสตร์ จะต้องทำให้เด็กรู้สึกสนุก ท้าทายและตื่นเต้น ซึ่งโดยเนื้อหาของวิชานี้ก็มีความตื่นเต้นอยู่แล้ว ถ้าเพิ่มเติมการนำนักเรียนไปทัศนศึกษา ดูในพื้นที่จริงจะทำให้เด็กสนุกกับการเรียนวิชานี้เพิ่มมากขึ้น ต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของตัวเขาด้วย ถ้าทำให้เด็กรู้สึกว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ไกลตัว เด็กก็จะไม่สนใจเรียน
          อดีตเลขาฯ กพฐ. บอกอีกว่า ที่ผ่านมาสพฐ.พยายามส่งเสริมการเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะต้องให้เด็กเชื่อมโยงท้องถิ่นไปสู่ความเป็นชาติให้ได้ด้วยถึงจะทำให้เด็กเกิดความรักท้องถิ่นและรักชาติได้ การเรียนประวัติศาสตร์จะต้องทำให้เด็กเห็นคุณค่าความเป็นพหุลักษณ์ในสังคมไทยได้ด้วย ให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติศาสนาใด แต่ทุกคนมีความทรงจำร่วมกับคนอื่นๆ ในชาติ เรียนประวัติศาสตร์แล้วเขาจะต้องใจฟู รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชาติ ไม่ใช่เป็นคนที่ไม่มีใครนึกถึง ถ้าทำเช่นนี้แล้วจะทำให้คนที่เรียนเกิดความรักชาติได้
          เราจะต้องหาวิธีสอนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่มีประสิทธิภาพ เพราะประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเป็นประวัติศาสตร์ใกล้ๆ ที่ยังอยู่ในความทรงจำของคน จึงมีผลนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความรักชาติได้มาก การจัดการสอน
          ไม่ใช่การให้คำตอบสำเร็จรูปแก่เด็ก วันข้างหน้าอาจมีคนให้คำตอบสำเร็จรูปใหม่แก่เด็กได้อีก แต่สอนประวัติศาสตร์ คือการสอนให้เด็กเข้าใจกระบวนการแยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นและอคติให้ได้ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย และครูจะเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญ คุณหญิงกษมากล่าวทิ้งท้าย
          ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นหน่วยงานสำคัญที่จะนำบทเรียนด้านประวัติศาสตร์ไปใช้สอนเยาวชน
          ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการกพฐ.กล่าวว่า วิชาประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ ฝึกให้รู้จักคิดวิเคราะห์ การมีเหตุและผล
          การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พัฒนาความคิด ปลูกฝังจิตสำนึกความภูมิใจในความเป็นไทย โดยในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 และที่ปรับปรุงใหม่ปี 2551 กำหนดกลุ่มสาระวิชา 8 กลุ่มสาระ ซึ่งวิชาประวัติศาสตร์ หรือวิชาศีลธรรมอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยมีการกำหนดเวลาเรียนวิชาประวัติศาสตร์ให้ชั้นประถมฯ 1-6 ต้องเรียน 40 ช.ม. ม.ต้น 40 ช.ม.และม.ปลาย 80 ช.ม. รูปแบบการเรียนการสอนก็เปลี่ยนแปลงจากที่เรียนโดยฟังจากการบอกเล่าของครู ก็ดึงให้มีส่วนร่วมมากขึ้นผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การแสดงละครประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์สั้น เลขาธิการกพฐ.กล่าว
          การศึกษาอดีตยังทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ ช่วยให้เรียนรู้ความเป็นไปในโลกปัจจุบันได้
          รศ.ดร.วงเดือน นาราสัจจ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ ในฐานะภาคีราชบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ อธิบายถึงรากฐานการเรียนประวัติศาสตร์ ว่า การเรียนประวัติศาสตร์เป็นรากฐานของการสร้างความเป็นชาติ เยาวชนทุกประเทศต้องเรียนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประเทศที่ต้องการสร้างความเป็นปึกแผ่น ความยิ่งใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา จะให้เยาวชนเรียนประวัติศาสตร์ถึงระดับอุดมศึกษา
          นักศึกษาแพทย์ก็ต้องเรียนประวัติศาสตร์อเมริกา เพื่อเข้าใจการหลอมรวมสร้างความเป็นชาติ และเกิดความภูมิใจ ความเป็นปึกแผ่นของชาติจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าพลเมืองไม่สนใจชาติ
          ดร.วงเดือน เล่าต่อว่า คนที่จะเป็นผู้นำประเทศ ยิ่งต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ในยุโรปผู้ที่จะเป็นกษัตริย์จะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้มาก อาทิ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ เมื่อทรงเข้ารับตำแหน่งรัชทายาท ก็ต้องเปลี่ยนการศึกษาที่ทรงศึกษาอยู่มาเรียนวิชาประวัติศาสตร์อังกฤษเพิ่มเติมอย่างหนัก
          การเรียนประวัติศาสตร์ที่แท้จริงไม่ใช่การเข้าไปรับรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่ไหนเวลาใด ถ้าต้องการรู้เท่านี้ผู้เรียนสามารถหาอ่านเองได้ในห้องสมุด แต่ประวัติศาสตร์คือวิชาแห่งการตั้งคำถามฝึกการใช้เหตุผล วิเคราะห์และเข้าถึงประเด็น รู้จักเชื่อมโยงข้อมูล ผู้เรียนจะเกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลจากอดีตเช่นไร
          ถ้าเรียนประวัติศาสตร์ในแนวนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับคนในชาติ คนจะมีสติรู้จักใช้เหตุ ใช้ผล ไม่หลงไปกับคำพูดใคร และเกิดความรู้สึกรักชาติ ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญ
          จริงๆ แล้ววิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สนุกหากรู้จักจัดการเรียนการสอนให้ดี เชื่อว่า เด็กไทยคงชอบวิชานี้ ไม่แพ้วิชาอื่นๆ

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 25 ส.ค. 54   อ่าน 61087 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สกศ.ปัดฝุ่นแผนชาติเล็งใช้พ.ค.56
25 ธ.ค. 55 | อ่าน 434 ครั้ง
"อินเทล" โชว์ต้นแบบห้องเรียนแทบเล็ต ป.1
02 มี.ค. 55 | อ่าน 12276 ครั้ง
"ดาว์พงษ์"วาดภาพครูในศตวรรษที่ 21
30 ก.ย. 59 | อ่าน 371 ครั้ง
ม.อีสานป่วนอีก ถูกขโมยคอมพ์-เอกสาร
11 ก.ค. 54 | อ่าน 38059 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: สอน ’ประวัติศาสตร์’ แนวใหม่เด็กเรียนสนุก-ปลุกการใช้เหตุผล
25 ส.ค. 54 | อ่าน 61087 ครั้ง
"ณรงค์"สงสัย วิสัยทัศน์ศธ. มีทิศทางเดียวกันหรือไม่
16 ก.ย. 57 | อ่าน 306 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.